Archive for January, 2012

  • หลายคนอาจจะเคยเห็นรถไร้คนขับอันโด่งดังของกูเกิลที่วิ่งรับส่งในแคมปัสของบริษัท หรือการแข่งขัน DARPA Grand Challenge ที่แข่งกันสร้างรถไร้คนขับตะลุยสถานการณ์โหด ๆ เร็ว ๆ นี้จะมีคอร์สออนไลน์เปิดให้เรียนสร้างรถไร้คนขับแบบฟรี ๆ เลยครับ แน่นอนคนสอนวิชา Computer Science 373 “Programming a Robotic Car” นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น Sebastian Thrun เจ้าเก่าที่สอนคอร์ส AI ออนไลน์เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่แล้วคนเดิม แต่คราวนี้เขาแท็กทีมกับ David Evans อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งเวอร์จิเนีย เพื่อสอนวิชาทำรถไร้คนขับนี้โดยเฉพาะ คลาสเรียนเริ่มวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ระยะเวลา 7 สัปดาห์ ใครใคร่เรียนเชิญลงทะเบียนที่ http://www.udacity.com (มีคอร์สสอนเขียนโปรแกรมเริ่มต้นแยกต่างหากด้วย) เพิ่มเติม http://diydrones.com/profiles/blogs/sebastian-thrun-online-class-programming-a-robotic-car

    อยากทำรถไร้คนขับ ลงเรียนออนไลน์ฟรีเอาไหม?

    หลายคนอาจจะเคยเห็นรถไร้คนขับอันโด่งดังของกูเกิลที่วิ่งรับส่งในแคมปัสของบริษัท หรือการแข่งขัน DARPA Grand Challenge ที่แข่งกันสร้างรถไร้คนขับตะลุยสถานการณ์โหด ๆ เร็ว ๆ นี้จะมีคอร์สออนไลน์เปิดให้เรียนสร้างรถไร้คนขับแบบฟรี ๆ เลยครับ แน่นอนคนสอนวิชา Computer Science 373 “Programming a Robotic Car” นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น Sebastian Thrun เจ้าเก่าที่สอนคอร์ส AI ออนไลน์เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่แล้วคนเดิม แต่คราวนี้เขาแท็กทีมกับ David Evans อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งเวอร์จิเนีย เพื่อสอนวิชาทำรถไร้คนขับนี้โดยเฉพาะ คลาสเรียนเริ่มวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ระยะเวลา 7 สัปดาห์ ใครใคร่เรียนเชิญลงทะเบียนที่ http://www.udacity.com (มีคอร์สสอนเขียนโปรแกรมเริ่มต้นแยกต่างหากด้วย) เพิ่มเติม http://diydrones.com/profiles/blogs/sebastian-thrun-online-class-programming-a-robotic-car

    Continue Reading...

  • เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา สถาบัน DLR ซึ่งเป็นสถาบันด้านอวกาศของประเทศเยอรมัน (German Aerospace Center) ได้ออกมาเปิดตัวหุ่นยนต์ที่ชื่อ Rollin’ Justin ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่ชื่อ Agile Justin สิ่งที่ทำให้ Rollin’ Justin มีความโดดเด่นก็คือ ความสามารถในการรับลูกบอลที่โยนมากลางอากาศได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่หุ่นยนต์รุ่นพี่ Agile Justin มีจุดเด่นในเรื่องของการโยนลูกบอล  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสามารถของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้ก็คือ การพัฒนาด้านการรับรู้อย่างรวดเร็ว (high-speed perception), การวางแผนสำหรับการหยิบจับ (catching strategy), ความคล่องแคล่ว (dexterity) และ การควบคุมท่าทางของตัวหุ่นยนต์เอง (body control) Rollin’ Justin ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยการเพิ่มความเร็วในการขยับแขนเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า ซึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนอัตราทดของระบบเฟือง, ระบบขับเคลื่อนล้อที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมการส่งข้อมูลใหม่ ซึ่งทำให้ Rollin’ Justin สามารถส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมล้อทั้งสี่ด้วยความถี่ได้สูงถึง 500 เฮิรตซ์ และส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมแขน ไหล่ และมือได้ด้วยความถี่สูงถึง 1,000 เฮิรตซ์ ว่าแล้วก็ไปชมการเล่นโยน-รับบอล ของพี่น้อง Justin ได้เลยครับ ที่มา Singularity Hub : Rollin’ Justin robot gets agile, learns how to throw a ball Hizook : Agile Justin – DLR’s Rollin’ Justin get a younger, more agile brother

    สองพี่น้อง Justin : Rollin’ and Agile Justin

    เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา สถาบัน DLR ซึ่งเป็นสถาบันด้านอวกาศของประเทศเยอรมัน (German Aerospace Center) ได้ออกมาเปิดตัวหุ่นยนต์ที่ชื่อ Rollin’ Justin ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่ชื่อ Agile Justin สิ่งที่ทำให้ Rollin’ Justin มีความโดดเด่นก็คือ ความสามารถในการรับลูกบอลที่โยนมากลางอากาศได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่หุ่นยนต์รุ่นพี่ Agile Justin มีจุดเด่นในเรื่องของการโยนลูกบอล  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสามารถของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้ก็คือ การพัฒนาด้านการรับรู้อย่างรวดเร็ว (high-speed perception), การวางแผนสำหรับการหยิบจับ (catching strategy), ความคล่องแคล่ว (dexterity) และ การควบคุมท่าทางของตัวหุ่นยนต์เอง (body control) Rollin’ Justin ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยการเพิ่มความเร็วในการขยับแขนเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า ซึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนอัตราทดของระบบเฟือง, ระบบขับเคลื่อนล้อที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมการส่งข้อมูลใหม่ ซึ่งทำให้ Rollin’ Justin สามารถส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมล้อทั้งสี่ด้วยความถี่ได้สูงถึง 500 เฮิรตซ์ และส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมแขน ไหล่ และมือได้ด้วยความถี่สูงถึง 1,000 เฮิรตซ์ ว่าแล้วก็ไปชมการเล่นโยน-รับบอล ของพี่น้อง Justin ได้เลยครับ ที่มา Singularity Hub : Rollin’ Justin robot gets agile, learns how to throw a ball Hizook : Agile Justin – DLR’s Rollin’ Justin get a younger, more agile brother

    Continue Reading...

  • ถ้าอาการช้าที่ว่า เป็นอาการที่ cursor กระพริบๆ ตรงมุมบนซ้ายนานๆ (ร่วมนาที) แล้วละก็สาเหตุอาจจะเกิดจาก Master boot record (MBR) และ boot information ของตัว Windows มีปัญหา วิธีทดลองแก้ไขคือ ระหว่างบูตเข้าวินโดว์ให้กด F8 รัวๆ เพื่อเข้า Recovery Mode เมื่อเข้าไปแล้วให้เลือก Repair you computer (ตัวเลือกแรกใน command line mode) จะเข้าสู่หน้าจอแบบ GUI ให้ตั้งค่าคีย์บอร์ดตามขั้นตอนบนหน้าจอ เมื่อเสร็จแล้วจะมีตัวเลือกสำหรับการ repair แบบต่างๆ ให้เลือกอันล่างสุด (command prompt) ในหน้า command prompt ให้พิมพ์คำสั่งตามลำดับดังนี้  Bootrec.exe /FixMbr (กด Enter)  Bootrec.exe /FixBoot (กด Enter)  Bootrec.exe /RebuildBcd (กด Enter) ทดลองรีบูตเครื่อง ถ้าปัญหาเกิดจาก MBR มีปัญหาจริง จะเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปล1. วิธีนี้ใช้แก้ปัญหา Windows 7 ใน Bootcamp ใน Macbook Pro 7.1 (mid 2010) บูตช้าได้ผล ปล2. น่าจะสามารถใช้กับ PC ทั่วไปได้ด้วยถ้ามีอาการลักษณะเดียวกัน จาก Macrumors Forum ภาพจาก http://enrick.net/?p=1366 

    วิธีแก้ Windows 7 บูตช้ามากบน Macbook Pro Bootcamp

    ถ้าอาการช้าที่ว่า เป็นอาการที่ cursor กระพริบๆ ตรงมุมบนซ้ายนานๆ (ร่วมนาที) แล้วละก็สาเหตุอาจจะเกิดจาก Master boot record (MBR) และ boot information ของตัว Windows มีปัญหา วิธีทดลองแก้ไขคือ ระหว่างบูตเข้าวินโดว์ให้กด F8 รัวๆ เพื่อเข้า Recovery Mode เมื่อเข้าไปแล้วให้เลือก Repair you computer (ตัวเลือกแรกใน command line mode) จะเข้าสู่หน้าจอแบบ GUI ให้ตั้งค่าคีย์บอร์ดตามขั้นตอนบนหน้าจอ เมื่อเสร็จแล้วจะมีตัวเลือกสำหรับการ repair แบบต่างๆ ให้เลือกอันล่างสุด (command prompt) ในหน้า command prompt ให้พิมพ์คำสั่งตามลำดับดังนี้  Bootrec.exe /FixMbr (กด Enter)  Bootrec.exe /FixBoot (กด Enter)  Bootrec.exe /RebuildBcd (กด Enter) ทดลองรีบูตเครื่อง ถ้าปัญหาเกิดจาก MBR มีปัญหาจริง จะเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปล1. วิธีนี้ใช้แก้ปัญหา Windows 7 ใน Bootcamp ใน Macbook Pro 7.1 (mid 2010) บูตช้าได้ผล ปล2. น่าจะสามารถใช้กับ PC ทั่วไปได้ด้วยถ้ามีอาการลักษณะเดียวกัน จาก Macrumors Forum ภาพจาก http://enrick.net/?p=1366 

    Continue Reading...

  • นักวิจัยที่อิตาลีพิสูจน์ว่าเกมแพ็ก-แมน (Pac-Man) ที่เราเคยเล่นกันนั้นแท้จริงแล้วเป็นปัญหาชนิด NP-hard Giovanni Viglietta จากมหาวิทยาลัยแห่งปิซาทำวิจัยจำแนกเกมคลาสสิก 13 เกมเป็นปัญหาชนิดต่าง ๆ เช่น แพ็ก-แมนหรือสตาร์คราฟต์ (StarCraft) เป็น NP-hard ส่วนปรินซ์ออฟเปอร์เชีย (Prince of Persia) นั้นเป็น PSPACE-complete ในขณะที่ดูม (Doom) เป็นแบบ PSPACE-hard สำหรับคนเกิดไม่ทัน แพ็ก-แมนเป็นเกมเรโทรโดยบริษัท Namco ที่ผู้เล่นอวตารเป็นตัวละครทรงกลมสีเหลืองอ้าปากงับแพ็กดอต เมื่อกินแพ็กดอตหมดก็จะข้ามไปด่านถัดไป ส่วนคนที่ไม่คุ้นกับการวัดระดับความยากนั้นอาจเคยได้ยินปัญหาอย่างปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย (travelling salesman problem หรือ TSP) ซึ่งถูกจัดว่าเป็นปัญหาแบบ NP-hard เช่นกัน ใครสนใจลองตามอ่านเปเปอร์ต้นฉบับด้านล่างครับ อ้างอิง http://arxiv.org/abs/1201.4995 http://www.extremetech.com/gaming/115677-pac-man-is-np-hard-same-as-travelling-salesman-problem http://en.wikipedia.org/wiki/Computational_complexity_theory

    นักวิจัยพิสูจน์ว่าแพ็ก-แมนเป็นปัญหาแบบ NP-hard

    นักวิจัยที่อิตาลีพิสูจน์ว่าเกมแพ็ก-แมน (Pac-Man) ที่เราเคยเล่นกันนั้นแท้จริงแล้วเป็นปัญหาชนิด NP-hard Giovanni Viglietta จากมหาวิทยาลัยแห่งปิซาทำวิจัยจำแนกเกมคลาสสิก 13 เกมเป็นปัญหาชนิดต่าง ๆ เช่น แพ็ก-แมนหรือสตาร์คราฟต์ (StarCraft) เป็น NP-hard ส่วนปรินซ์ออฟเปอร์เชีย (Prince of Persia) นั้นเป็น PSPACE-complete ในขณะที่ดูม (Doom) เป็นแบบ PSPACE-hard สำหรับคนเกิดไม่ทัน แพ็ก-แมนเป็นเกมเรโทรโดยบริษัท Namco ที่ผู้เล่นอวตารเป็นตัวละครทรงกลมสีเหลืองอ้าปากงับแพ็กดอต เมื่อกินแพ็กดอตหมดก็จะข้ามไปด่านถัดไป ส่วนคนที่ไม่คุ้นกับการวัดระดับความยากนั้นอาจเคยได้ยินปัญหาอย่างปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย (travelling salesman problem หรือ TSP) ซึ่งถูกจัดว่าเป็นปัญหาแบบ NP-hard เช่นกัน ใครสนใจลองตามอ่านเปเปอร์ต้นฉบับด้านล่างครับ อ้างอิง http://arxiv.org/abs/1201.4995 http://www.extremetech.com/gaming/115677-pac-man-is-np-hard-same-as-travelling-salesman-problem http://en.wikipedia.org/wiki/Computational_complexity_theory

    Continue Reading...

  • โซนี่เปิดเผยว่า CMOS แบบชดเชยแสง (back-illuminated CMOS) ในยุคถัดไปของบริษัทนั้นจะมากับขนาดที่เล็กลงและพิกเซลที่กินเนื้อที่ในยูนิตมากกว่าแบบเก่า (ดูรูปใน [1]) เพราะนำตัววงจรไปใว้ด้านหลังส่วนรับแสงของเซนเซอร์แทน เซนเซอร์รับแสงของกล้องคอนซูมเมอร์นั้นอยู่ในระดับที่ดีมากและมีราคาถูก ดังที่เห็นคนนำไปใช้งานภาคสนามในเวลากลางคืนบ่อย ๆ (ใน [2] นั้นนำกล้องนิคอน D700 ไปทำเป็น night vision; แม้นิคอนจะใช้เซนเซอร์ของโซนี่ในกล้องหลายรุ่น และมีความใกล้ชิดในกระบวนการผลิต แต่ D700 นั้นใช้เซนเซอร์ของนิคอนเอง) เซนเซอร์ CMOS แบบชดเชยแสงนั้นมีช่วงพลวัต (dynamic range) กว้างกว่าเซนเซอร์แบบที่ไม่มีการชดเชยแสงด้านหลัง และยังมีความไวแสงสูงมากอีกด้วย นั่นหมายถึงว่าเราอาจไม่ต้องสร้างหนวดคลำแบบหุ่นตาบอดให้เปลืองงบ อ้างอิง [1] http://en.akihabaranews.com/108999/cameras/sony-develops-next-generation-back-illuminated-cmos-image-sensor [2] http://nikonrumors.com/2011/12/02/the-real-king-of-darkness-nikon-d700-with-special-night-vision-system.aspx/

    โซนี่เผย CMOS แบบชดเชยแสงรุ่นใหม่

    โซนี่เปิดเผยว่า CMOS แบบชดเชยแสง (back-illuminated CMOS) ในยุคถัดไปของบริษัทนั้นจะมากับขนาดที่เล็กลงและพิกเซลที่กินเนื้อที่ในยูนิตมากกว่าแบบเก่า (ดูรูปใน [1]) เพราะนำตัววงจรไปใว้ด้านหลังส่วนรับแสงของเซนเซอร์แทน เซนเซอร์รับแสงของกล้องคอนซูมเมอร์นั้นอยู่ในระดับที่ดีมากและมีราคาถูก ดังที่เห็นคนนำไปใช้งานภาคสนามในเวลากลางคืนบ่อย ๆ (ใน [2] นั้นนำกล้องนิคอน D700 ไปทำเป็น night vision; แม้นิคอนจะใช้เซนเซอร์ของโซนี่ในกล้องหลายรุ่น และมีความใกล้ชิดในกระบวนการผลิต แต่ D700 นั้นใช้เซนเซอร์ของนิคอนเอง) เซนเซอร์ CMOS แบบชดเชยแสงนั้นมีช่วงพลวัต (dynamic range) กว้างกว่าเซนเซอร์แบบที่ไม่มีการชดเชยแสงด้านหลัง และยังมีความไวแสงสูงมากอีกด้วย นั่นหมายถึงว่าเราอาจไม่ต้องสร้างหนวดคลำแบบหุ่นตาบอดให้เปลืองงบ อ้างอิง [1] http://en.akihabaranews.com/108999/cameras/sony-develops-next-generation-back-illuminated-cmos-image-sensor [2] http://nikonrumors.com/2011/12/02/the-real-king-of-darkness-nikon-d700-with-special-night-vision-system.aspx/

    Continue Reading...

  • ธรรมชาติมีเรื่องให้ทึ่งมากมาย ในขณะที่นักวิจัยประสบปัญหาว่าในที่มืดหุ่นยนต์ไม่สามารถใช้การมองในการนำทางได้ มีสัตว์หลายประเภทที่ใช้หนวดในการนำทางและหาอาหารในที่ที่มีแสงน้อยมากๆ นักวิจัยจาก Bristol Robotics Lab ในอังกฤษจึงได้สร้างหุ่นยนต์ ShrewBot เลียนแบบ Etruscan shrew (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลักษณะคล้ายหนู) โดยหุ่นยนต์ตัวนี้มีหนวดจำนวนมากที่สามารถรับรู้ถึงการสัมผัสได้และควบคุมให้ขยับไปมาได้ ใช้สัมผัสสิ่งต่างๆ รอบตัวเพื่อหาตำแหน่งของสิ่งของรอบๆ ตัวมัน ใครสนใจรายละเอียด อ่านได้ใน paper นี้นะครับ ส่วนวิดีโอดูได้ในข่าวครับ ที่มา Bristol University ผ่านทาง IEEE Spectrum Automaton ภาพจาก  IEEE Spectrum Automaton 

    หุ่นยนต์มีหนวดกระดุ๊กกระดิ๊ก

    ธรรมชาติมีเรื่องให้ทึ่งมากมาย ในขณะที่นักวิจัยประสบปัญหาว่าในที่มืดหุ่นยนต์ไม่สามารถใช้การมองในการนำทางได้ มีสัตว์หลายประเภทที่ใช้หนวดในการนำทางและหาอาหารในที่ที่มีแสงน้อยมากๆ นักวิจัยจาก Bristol Robotics Lab ในอังกฤษจึงได้สร้างหุ่นยนต์ ShrewBot เลียนแบบ Etruscan shrew (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลักษณะคล้ายหนู) โดยหุ่นยนต์ตัวนี้มีหนวดจำนวนมากที่สามารถรับรู้ถึงการสัมผัสได้และควบคุมให้ขยับไปมาได้ ใช้สัมผัสสิ่งต่างๆ รอบตัวเพื่อหาตำแหน่งของสิ่งของรอบๆ ตัวมัน ใครสนใจรายละเอียด อ่านได้ใน paper นี้นะครับ ส่วนวิดีโอดูได้ในข่าวครับ ที่มา Bristol University ผ่านทาง IEEE Spectrum Automaton ภาพจาก  IEEE Spectrum Automaton 

    Continue Reading...

  • ไมโครซอฟท์จะเอาดีด้านหุ่นยนต์จริงๆ จังๆ หรือ ออก Microsoft Robotics Developer Studio มา ออก Kinect มา แล้วคราวนี้ Windows 8 จะมีความสามารถในการรวมข้อมูลจากเซนเซอร์หลายตัว (sensor fusion) มาอีก ไม่ใช่หรอก จริงๆ API ตัวนี้ออกแบบมาช่วยการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวบนแท็บเล็ตต่างหาก เนื่องจากเซนเซอร์ด้านการตรวจจับทิศทางและการเคลื่อนไหว (motion and orientation sensor) มีบทบาทมากขึ้นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต เพราะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการควบคุมอุปกรณ์ด้วยการเคลื่อนไหว เซนเซอร์ที่ใช้ในการตรวจจับทิศทางและการเคลื่อนไหวที่ใช้กันมี 3 ชนิด คือ มาตรวัดความเร่ง (accelerometer) ใช้วัดความเร่งเชิงเส้น เมื่อนำ accelerometer 3 ตัวมาวางตั้งฉากกันก็จะวัดความเร่งได้ทุกทิศทาง อาศัยความรู้ที่ว่าโลกมีความเร่งโน้มถ่วงชี้เข้าสู่ใจกลางโลก ถ้า accelerometer 3 แกนวัดความเร่งออกมาได้ทิศไหน ทิศนั้นก็คือทิศชี้ลงพื้น แต่ช้าก่อน! ถ้าอุปกรณ์นั้นมีการเคลื่อนที่ ก็มีความเร่ง ทิศความเร่งลัพธ์จะไม่ชี้ลงพื้น มาตรวัดความเร็วเชิงมุม (gyroscope)ใช้วัดความเร็วเชิงมุมเมื่ออุปกรณ์นั้นมีการหมุน เมื่อนำ gyroscope 3 ตัวมาวางตั้งฉากกันก็จะวัดทิศทางและความเร็วในการหมุนได้ทุกทิศทาง ถ้าเรานำความเร็วเชิงมุมมาบวกไปเรื่อยๆ ตามเวลา (integral) ก็จะได้ทิศทางสุดท้าย แต่ช้าก่อน! gyroscope มี drift นั่นคือเมื่อวางไว้นิ่งๆ มันจะไม่ได้อ่านค่าได้ 0 นะสิ มันจะค่อยๆ วิ่งไปเรื่อยๆ ทีละเล็กน้อย มาตรวัดสนามแม่เหล็ก (magnetometer) ใช้วัดทิศทางและขนาดของสนามแม่เหล็ก เมื่อนำ magnetometer 3 ตัวมาวางตั้งฉากกันเพื่อวัดสนามแม่เหล็กโลก ก็จะทราบทิศทางที่อุปกรณ์นั้นหันไป แต่ช้าก่อน! เมื่อมันวัดสนามแม่เหล็ก ถ้ามีสนามแม่เหล็กอื่นมารบกวน ก็จะอ่านค่าผิดไป จะเห็นได้ว่าเซนเซอร์ทั้ง 3 ประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การนำข้อมูลจากเซนเซอร์ทั้ง 3 ประเภทมารวมกันจึงทำให้ได้ข้อมูลทิศทางและการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ที่แม่นยำขึ้น การที่ Windows 8 ได้รวม 9-axis sensor fusion API เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัว Windows ทำให้ผู้พัฒนาสามารถเรียกข้อมูลทิศทางของอุปกรณ์ออกมาได้โดยง่าย ไม่ต้องมานั่งคำนวณการรวมข้อมูลเอง...

    Windows 8 จะมีความสามารถด้าน sensor fusion มาในตัว

    ไมโครซอฟท์จะเอาดีด้านหุ่นยนต์จริงๆ จังๆ หรือ ออก Microsoft Robotics Developer Studio มา ออก Kinect มา แล้วคราวนี้ Windows 8 จะมีความสามารถในการรวมข้อมูลจากเซนเซอร์หลายตัว (sensor fusion) มาอีก ไม่ใช่หรอก จริงๆ API ตัวนี้ออกแบบมาช่วยการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวบนแท็บเล็ตต่างหาก เนื่องจากเซนเซอร์ด้านการตรวจจับทิศทางและการเคลื่อนไหว (motion and orientation sensor) มีบทบาทมากขึ้นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต เพราะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการควบคุมอุปกรณ์ด้วยการเคลื่อนไหว เซนเซอร์ที่ใช้ในการตรวจจับทิศทางและการเคลื่อนไหวที่ใช้กันมี 3 ชนิด คือ มาตรวัดความเร่ง (accelerometer) ใช้วัดความเร่งเชิงเส้น เมื่อนำ accelerometer 3 ตัวมาวางตั้งฉากกันก็จะวัดความเร่งได้ทุกทิศทาง อาศัยความรู้ที่ว่าโลกมีความเร่งโน้มถ่วงชี้เข้าสู่ใจกลางโลก ถ้า accelerometer 3 แกนวัดความเร่งออกมาได้ทิศไหน ทิศนั้นก็คือทิศชี้ลงพื้น แต่ช้าก่อน! ถ้าอุปกรณ์นั้นมีการเคลื่อนที่ ก็มีความเร่ง ทิศความเร่งลัพธ์จะไม่ชี้ลงพื้น มาตรวัดความเร็วเชิงมุม (gyroscope)ใช้วัดความเร็วเชิงมุมเมื่ออุปกรณ์นั้นมีการหมุน เมื่อนำ gyroscope 3 ตัวมาวางตั้งฉากกันก็จะวัดทิศทางและความเร็วในการหมุนได้ทุกทิศทาง ถ้าเรานำความเร็วเชิงมุมมาบวกไปเรื่อยๆ ตามเวลา (integral) ก็จะได้ทิศทางสุดท้าย แต่ช้าก่อน! gyroscope มี drift นั่นคือเมื่อวางไว้นิ่งๆ มันจะไม่ได้อ่านค่าได้ 0 นะสิ มันจะค่อยๆ วิ่งไปเรื่อยๆ ทีละเล็กน้อย มาตรวัดสนามแม่เหล็ก (magnetometer) ใช้วัดทิศทางและขนาดของสนามแม่เหล็ก เมื่อนำ magnetometer 3 ตัวมาวางตั้งฉากกันเพื่อวัดสนามแม่เหล็กโลก ก็จะทราบทิศทางที่อุปกรณ์นั้นหันไป แต่ช้าก่อน! เมื่อมันวัดสนามแม่เหล็ก ถ้ามีสนามแม่เหล็กอื่นมารบกวน ก็จะอ่านค่าผิดไป จะเห็นได้ว่าเซนเซอร์ทั้ง 3 ประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การนำข้อมูลจากเซนเซอร์ทั้ง 3 ประเภทมารวมกันจึงทำให้ได้ข้อมูลทิศทางและการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ที่แม่นยำขึ้น การที่ Windows 8 ได้รวม 9-axis sensor fusion API เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัว Windows ทำให้ผู้พัฒนาสามารถเรียกข้อมูลทิศทางของอุปกรณ์ออกมาได้โดยง่าย ไม่ต้องมานั่งคำนวณการรวมข้อมูลเอง...

    Continue Reading...

  • Latitude Research ร่วมมือกับ LEGO Learning Institute และ Australia’s Project Synthesis ทำการศึกษาว่าเด็กๆ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในชีวิตพวกเขายังไง โดยถามคำถามกับเด็กอายุ 8-12 ปี จำนวน 348 คนจากทวีปยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลีย และอเมริกา (ทำไมไม่มาศึกษาในเอเชียด้วยนะ) ว่า ถ้าหากว่าหุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาทั้งที่โรงเรียนและในที่อื่นๆ พวกเขามีความคิดเห็นอย่างไร ให้ตอบโดยการเขียนและวาดรูป มาดูกันว่าเด็กๆ อยากได้หุ่นยนต์แบบไหนกัน

    เด็กๆ อยากได้หุ่นยนต์แบบไหน

    Latitude Research ร่วมมือกับ LEGO Learning Institute และ Australia’s Project Synthesis ทำการศึกษาว่าเด็กๆ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในชีวิตพวกเขายังไง โดยถามคำถามกับเด็กอายุ 8-12 ปี จำนวน 348 คนจากทวีปยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลีย และอเมริกา (ทำไมไม่มาศึกษาในเอเชียด้วยนะ) ว่า ถ้าหากว่าหุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาทั้งที่โรงเรียนและในที่อื่นๆ พวกเขามีความคิดเห็นอย่างไร ให้ตอบโดยการเขียนและวาดรูป มาดูกันว่าเด็กๆ อยากได้หุ่นยนต์แบบไหนกัน

    Continue Reading...

  • จบกันไปสดๆ ร้อนๆ กับการแข่งขัน Thailand Robot @Home 2011 ผลออกมาดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ทีมขอไข่ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โล่เกียรติยศ เงินรางวัล 300,000 บาท และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน World RoboCup Robot@Home 2012 ที่ประเทศเม็กซิโก รางวัลรองชนะเลิศ ทีมดงยาง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ทีม @Home Rim Nam จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ทีม BartLab/BCI AssistBot จากมหาวิทยาลัยมหิดล และทีม RoboSiam 1 จากมหาวิทยาลัยสยาม ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 50,000 บาท แบ่งๆ กันนะครับ รางวัลหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการติดต่อกับมนุษย์ยอดเยี่ยม ทีม ดงยาง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 50,000 บาท

    ผลการแข่งขัน Thailand Robot @Home 2011

    จบกันไปสดๆ ร้อนๆ กับการแข่งขัน Thailand Robot @Home 2011 ผลออกมาดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ทีมขอไข่ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โล่เกียรติยศ เงินรางวัล 300,000 บาท และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน World RoboCup Robot@Home 2012 ที่ประเทศเม็กซิโก รางวัลรองชนะเลิศ ทีมดงยาง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ทีม @Home Rim Nam จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ทีม BartLab/BCI AssistBot จากมหาวิทยาลัยมหิดล และทีม RoboSiam 1 จากมหาวิทยาลัยสยาม ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 50,000 บาท แบ่งๆ กันนะครับ รางวัลหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการติดต่อกับมนุษย์ยอดเยี่ยม ทีม ดงยาง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัล 50,000 บาท

    Continue Reading...

  • หลายๆ คนน่าจะรู้จักเกมโชว์ โหด มัน ฮา (Takeshi’s Castle) ที่เหล่าผู้กล้าต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และยึดปราสาท ที่ญี่ปุ่นมีการแข่งขันหุ่นยนต์ชื่อ Kondo Land เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์แบบเดินด้วยขาตะลุยอุปสรรคต่างๆ ได้แก่ ม้าโยก กำแพงเคลื่อนที่ได้ สายพานที่วิ่งสวนทางกับที่ต้องเดินไป สระเม็ดโฟม เห็นการแข่งขันแล้วนึกถึง โหด มัน ฮา มากเลย ทั้งโหด ทั้งมัน และที่สำคัญ ฮาด้วย ในปีนี้มีหุ่นยนต์ 6 ขาตัวหนึ่งลักษณะกลไกแปลก น่าสนใจ เข้าร่วมกันแข่งขันด้วยครับ มี 6 ขา แต่ใช้เซอร์โวเพียง 3 ตัว ลักษณะขาก็ดูแปลกตา ท่าทางการเคลื่อนที่ของมันก็น่าสนใจ (ดูวิดีโอในข่าวครับ) ที่มา robot dreams และ Biped Robot News Japan ภาพจาก robot dreams

    หุ่นยนต์ 6 ขาแบบแปลกๆ กับการแข่งขันโหด มัน ฮา

    หลายๆ คนน่าจะรู้จักเกมโชว์ โหด มัน ฮา (Takeshi’s Castle) ที่เหล่าผู้กล้าต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และยึดปราสาท ที่ญี่ปุ่นมีการแข่งขันหุ่นยนต์ชื่อ Kondo Land เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์แบบเดินด้วยขาตะลุยอุปสรรคต่างๆ ได้แก่ ม้าโยก กำแพงเคลื่อนที่ได้ สายพานที่วิ่งสวนทางกับที่ต้องเดินไป สระเม็ดโฟม เห็นการแข่งขันแล้วนึกถึง โหด มัน ฮา มากเลย ทั้งโหด ทั้งมัน และที่สำคัญ ฮาด้วย ในปีนี้มีหุ่นยนต์ 6 ขาตัวหนึ่งลักษณะกลไกแปลก น่าสนใจ เข้าร่วมกันแข่งขันด้วยครับ มี 6 ขา แต่ใช้เซอร์โวเพียง 3 ตัว ลักษณะขาก็ดูแปลกตา ท่าทางการเคลื่อนที่ของมันก็น่าสนใจ (ดูวิดีโอในข่าวครับ) ที่มา robot dreams และ Biped Robot News Japan ภาพจาก robot dreams

    Continue Reading...