About Author: Poon Tawit

Poon Tawit
Website
http://www.facebook.com/tawit

Posts by Poon Tawit

  •   ถ้าเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านี้ซัก 5 ปี นักพัฒนาหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (humanoid robot) มักจะออกมาโชว์ความสามารถในการทรงตัวของหุ่นยนต์ของพวกเขาโดยการโชว์ความสามารถในการเดินขึ้น – ลง บันได, การยืนขาเดียว หรือการเต้นเข้าจังหวะ  แต่หลังจากการเปิดตัวหุ่นยนต์ BigDog จาก Boston Dynamics ที่อวดความสามารถที่สามารถทรงตัวอยู่ได้ขณะถูกกระโดดถีบอย่างแรงโดยนักพัฒนา การแสดงความสามารถของหุ่นยนต์เหล่านี้ก็เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น เช่นการแสดงความทนทานของแขนหุ่นยนต์โดยการใช้ไม้เบสบอลหวด และแสดงความสามารถในการทรงตัวโดยการรับแรงกระแทกจากลูกตุ้มขนาดใหญ่  มาถึงวันนี้หุ่นยนต์ HRP3L-JSK จากแดนญี่ปุ่น ก็ได้รับชะตากรรมในแบบเดียวกัน

    HRP3L-JSK หุ่นยนต์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทรงตัวอย่างเหลือเชื่อ

      ถ้าเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านี้ซัก 5 ปี นักพัฒนาหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (humanoid robot) มักจะออกมาโชว์ความสามารถในการทรงตัวของหุ่นยนต์ของพวกเขาโดยการโชว์ความสามารถในการเดินขึ้น – ลง บันได, การยืนขาเดียว หรือการเต้นเข้าจังหวะ  แต่หลังจากการเปิดตัวหุ่นยนต์ BigDog จาก Boston Dynamics ที่อวดความสามารถที่สามารถทรงตัวอยู่ได้ขณะถูกกระโดดถีบอย่างแรงโดยนักพัฒนา การแสดงความสามารถของหุ่นยนต์เหล่านี้ก็เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น เช่นการแสดงความทนทานของแขนหุ่นยนต์โดยการใช้ไม้เบสบอลหวด และแสดงความสามารถในการทรงตัวโดยการรับแรงกระแทกจากลูกตุ้มขนาดใหญ่  มาถึงวันนี้หุ่นยนต์ HRP3L-JSK จากแดนญี่ปุ่น ก็ได้รับชะตากรรมในแบบเดียวกัน

    Continue Reading...

  • อากาศยานไร้คนขับ MQ-9 หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ Reaper ที่ได้สร้างข้อได้เปรียบด้านการทหารให้กับกองทัพสหรัฐฯทั้งด้านการจู่โจมและการหาข้อมูล ด้วยความสามารถที่จะครองน่านฟ้าได้นานถึง 27 ชั่วโมงติดต่อกัน ซึ่งนานกว่าการใช้เครื่องบินเจ็ทอย่าง F-16 อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย ตอนนี้ทางบริษัท General Atomics ซึ่งเป็นผู้ผลิต ได้ออกมายื่นข้อเสนอในการเพิ่มศักยภาพของเจ้า Reaper ให้น่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก!

    ข้อเสนออันน่าสะพรึงกลัวสำหรับ MQ-9 Reaper

    อากาศยานไร้คนขับ MQ-9 หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ Reaper ที่ได้สร้างข้อได้เปรียบด้านการทหารให้กับกองทัพสหรัฐฯทั้งด้านการจู่โจมและการหาข้อมูล ด้วยความสามารถที่จะครองน่านฟ้าได้นานถึง 27 ชั่วโมงติดต่อกัน ซึ่งนานกว่าการใช้เครื่องบินเจ็ทอย่าง F-16 อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย ตอนนี้ทางบริษัท General Atomics ซึ่งเป็นผู้ผลิต ได้ออกมายื่นข้อเสนอในการเพิ่มศักยภาพของเจ้า Reaper ให้น่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก!

    Continue Reading...

  • ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การตามล่าหาอุปกรณ์ภายในสำนักงานเป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลาอันมีค่าของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  แต่ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไปเพราะหุ่นยนต์ผู้ช่วยจากบริษัท Hitachi พร้อมจะมาช่วยเหลือเราแล้ว! 

    MIEW2, ผู้ช่วยงานตัวน้อยพร้อมออกปฎิบัติงานแล้ว

    ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การตามล่าหาอุปกรณ์ภายในสำนักงานเป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลาอันมีค่าของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  แต่ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไปเพราะหุ่นยนต์ผู้ช่วยจากบริษัท Hitachi พร้อมจะมาช่วยเหลือเราแล้ว! 

    Continue Reading...

  • เจ้าหุ่นยนต์ตัวเล็กนี้อาจจะดูไม่ต่างจากรถวิทยุบังคับซักเท่าไหร่ จนกระทั่ง..มันกระโดด! บริษัท Boston Dynamics ได้โชว์วิดีโอเปิดตัวหุ่นยนต์ SandFlea หุ่นยนต์กระโดดได้ของพวกเขา ในวิดีโอเปิดตัวนี้ เจ้าSandFlea เคลื่อนที่ไปรอบ ๆ บริเวณที่โล่งไม่ต่างจากรถบังคับวิทยุธรรมดาทั่วไป แล้วมันก็หยุดวิ่ง และเริ่มทรงตัวอยู่บนล้อหลังโดยมีขาตั้งช่วยในการประคองตัว ก่อนที่มันจะดีดตัวเองขึ้นไปได้สูงถึง 30 ฟุต (9 เมตร)! สูงและแม่นยำพอที่จะกระโดดจากพื้นหน้าอาคารขึ้นไปยังชั้นสองผ่านทางหน้าต่างของอาคารเข้าไปได้

    หุ่นยนต์นักกระโดด SandFlea

    เจ้าหุ่นยนต์ตัวเล็กนี้อาจจะดูไม่ต่างจากรถวิทยุบังคับซักเท่าไหร่ จนกระทั่ง..มันกระโดด! บริษัท Boston Dynamics ได้โชว์วิดีโอเปิดตัวหุ่นยนต์ SandFlea หุ่นยนต์กระโดดได้ของพวกเขา ในวิดีโอเปิดตัวนี้ เจ้าSandFlea เคลื่อนที่ไปรอบ ๆ บริเวณที่โล่งไม่ต่างจากรถบังคับวิทยุธรรมดาทั่วไป แล้วมันก็หยุดวิ่ง และเริ่มทรงตัวอยู่บนล้อหลังโดยมีขาตั้งช่วยในการประคองตัว ก่อนที่มันจะดีดตัวเองขึ้นไปได้สูงถึง 30 ฟุต (9 เมตร)! สูงและแม่นยำพอที่จะกระโดดจากพื้นหน้าอาคารขึ้นไปยังชั้นสองผ่านทางหน้าต่างของอาคารเข้าไปได้

    Continue Reading...

  • กูเกิลได้ออกมาโชว์วิดีโอซึ่งได้ถ่ายทำเอาไว้เมื่อเดือนมกราคมเกี่ยวกับผู้ใช้งานคนแรกของกูเกิลคาร์ (Google car) ชื่อนาย สตีฟ มาฮาน (Steve Mahan) ซึ่งสูญเสียความสามารถในการมองเห็นไปถึง 95% วิดีโอที่ทางกูเกิลนำมาเปิดเผยนั้นแสดงภาพที่นายสตีฟนั่งอยู่หลังพวงมาลัยอย่างสบายใจในรถโตโยต้า พรีอุส สีน้ำเงิน ซึ่งได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เช่น เลเซอร์สำหรับวัดระยะทาง (laser range finders), เรดาร์, กล้อง และเซนเซอร์วัดความเฉื่อย (inertia sensors) พร้อมกับมีพนักงานของกูเกิลนั่งอยู่ภายในรถคันดังกล่าวเพื่อคอยตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของรถผ่านทางคอมพิวเตอร์อีกด้วย  รถขับเคลื่อนอัตโนมัติคันนี้สามารถท่องเที่ยวไปได้ทั่วทั้งเมือง ทำให้สตีฟสามารถทำกิจกรรมอย่างการไปรับเสื้อผ้าจากร้านซักแห้ง ต่อด้วยการเดินทางไปร้านอาหาร Taco Bell เพื่อซื้อ Taco มากินระหว่างเดินทางกลับบ้านได้

    ผู้ใช้งานรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหมายเลข #00000001

    กูเกิลได้ออกมาโชว์วิดีโอซึ่งได้ถ่ายทำเอาไว้เมื่อเดือนมกราคมเกี่ยวกับผู้ใช้งานคนแรกของกูเกิลคาร์ (Google car) ชื่อนาย สตีฟ มาฮาน (Steve Mahan) ซึ่งสูญเสียความสามารถในการมองเห็นไปถึง 95% วิดีโอที่ทางกูเกิลนำมาเปิดเผยนั้นแสดงภาพที่นายสตีฟนั่งอยู่หลังพวงมาลัยอย่างสบายใจในรถโตโยต้า พรีอุส สีน้ำเงิน ซึ่งได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เช่น เลเซอร์สำหรับวัดระยะทาง (laser range finders), เรดาร์, กล้อง และเซนเซอร์วัดความเฉื่อย (inertia sensors) พร้อมกับมีพนักงานของกูเกิลนั่งอยู่ภายในรถคันดังกล่าวเพื่อคอยตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของรถผ่านทางคอมพิวเตอร์อีกด้วย  รถขับเคลื่อนอัตโนมัติคันนี้สามารถท่องเที่ยวไปได้ทั่วทั้งเมือง ทำให้สตีฟสามารถทำกิจกรรมอย่างการไปรับเสื้อผ้าจากร้านซักแห้ง ต่อด้วยการเดินทางไปร้านอาหาร Taco Bell เพื่อซื้อ Taco มากินระหว่างเดินทางกลับบ้านได้

    Continue Reading...

  • หุ่นยนต์สี่ขาต้วมเตี้ยมทั้งหลายหลีกไป! Cheetah จากบริษัท Boston Dynamics ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กร DARPA มาแล้ว! เจ้า Cheetah ตัวนี้มาฉีกภาพเดิมๆที่หุ่นยนต์แบบใช้ขาเดิน (legged robots) ทั้งหลายซึ่งเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าหุ่นยนต์ที่ใช้ล้อในการขับเคลื่อน (wheeled robots) มาก ผู้ที่ติดตามข่าวหุ่นยนต์มาโดยตลอดคงคุ้นเคยกับหุ่นยนต์ล้ำสมัยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร DARPA กันดี โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่น่าสนใจอย่าง LS3 (Alpha dog), BigDog และ Petman ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานจาก Boston Dynamics เมื่ออยากได้หุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วแล้วละก็ การเลียนแบบท่าทางการวิ่งของเสือชีตาร์ตามธรรมชาติก็ดูเป็นทางเลือกที่ดีมากทีเดียว ทางองค์กร DARPA ถึงกับกล้าประกาศว่า เจ้า Cheetah เป็นหุ่นยนต์ที่วิ่งบนพื้นที่เร็วที่สุดในขณะนี้ คือมีความเร็วอยู่ที่ 18 mph (ไมล์ต่อชั่วโมง) หรือก็คือประมาณ 8 เมตรต่อวินาที ในขณะที่นักวิ่งที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก Usain Bolt มีความเร็วสูงสุดในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร อยู่ที่ประมาณ 12 เมตรต่อวินาที และเพื่อการเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ความเร็วในการวิ่งเฉลี่ยของผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 2.8 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เจ้า Cheetah วิ่งได้เร็วก็คือความหยืดหยุ่นของแกนกลางของหุ่นยนต์นั่นเอง ผู้วิจัยจาก Boston Dynamics หวังเอาไว้ว่าวันหนึ่งเจ้า Cheetah จะสามารถวิ่งได้เร็วเทียบเท่ากับเสือชีตาห์ ซึ่งมีความเร็วอยู่ที่ 60-70 mph (26.8 – 31.3 เมตรต่อวินาที) ตัวแทนจาก Boston Dynamics ยังกล่าวเสริมอีกว่า นอกจาก Cheetah จะถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงแล้ว ยังได้ออกแบบมาเพื่อให้สามารถ “วิ่งซิกแซกเพื่อการไล่ติดตาม และการล่าถอย” ได้อีกด้วย เจ้า Cheetah มีกำหนดการที่จะออกมาวิ่งเล่นภายนอกห้องแล็บภายในปีหน้านี้ อ้างอิง: WIRED:  http://www.wired.com/dangerroom/2012/03/darpa-cheetah/

    “Cheetah” หุ่นยนต์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก

    หุ่นยนต์สี่ขาต้วมเตี้ยมทั้งหลายหลีกไป! Cheetah จากบริษัท Boston Dynamics ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กร DARPA มาแล้ว! เจ้า Cheetah ตัวนี้มาฉีกภาพเดิมๆที่หุ่นยนต์แบบใช้ขาเดิน (legged robots) ทั้งหลายซึ่งเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าหุ่นยนต์ที่ใช้ล้อในการขับเคลื่อน (wheeled robots) มาก ผู้ที่ติดตามข่าวหุ่นยนต์มาโดยตลอดคงคุ้นเคยกับหุ่นยนต์ล้ำสมัยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร DARPA กันดี โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่น่าสนใจอย่าง LS3 (Alpha dog), BigDog และ Petman ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานจาก Boston Dynamics เมื่ออยากได้หุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วแล้วละก็ การเลียนแบบท่าทางการวิ่งของเสือชีตาร์ตามธรรมชาติก็ดูเป็นทางเลือกที่ดีมากทีเดียว ทางองค์กร DARPA ถึงกับกล้าประกาศว่า เจ้า Cheetah เป็นหุ่นยนต์ที่วิ่งบนพื้นที่เร็วที่สุดในขณะนี้ คือมีความเร็วอยู่ที่ 18 mph (ไมล์ต่อชั่วโมง) หรือก็คือประมาณ 8 เมตรต่อวินาที ในขณะที่นักวิ่งที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก Usain Bolt มีความเร็วสูงสุดในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร อยู่ที่ประมาณ 12 เมตรต่อวินาที และเพื่อการเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ความเร็วในการวิ่งเฉลี่ยของผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 2.8 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เจ้า Cheetah วิ่งได้เร็วก็คือความหยืดหยุ่นของแกนกลางของหุ่นยนต์นั่นเอง ผู้วิจัยจาก Boston Dynamics หวังเอาไว้ว่าวันหนึ่งเจ้า Cheetah จะสามารถวิ่งได้เร็วเทียบเท่ากับเสือชีตาห์ ซึ่งมีความเร็วอยู่ที่ 60-70 mph (26.8 – 31.3 เมตรต่อวินาที) ตัวแทนจาก Boston Dynamics ยังกล่าวเสริมอีกว่า นอกจาก Cheetah จะถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงแล้ว ยังได้ออกแบบมาเพื่อให้สามารถ “วิ่งซิกแซกเพื่อการไล่ติดตาม และการล่าถอย” ได้อีกด้วย เจ้า Cheetah มีกำหนดการที่จะออกมาวิ่งเล่นภายนอกห้องแล็บภายในปีหน้านี้ อ้างอิง: WIRED:  http://www.wired.com/dangerroom/2012/03/darpa-cheetah/

    Continue Reading...

  • เมื่อพูดถึงหุ่นยนต์ที่ใช้ในงานประเภทค้นหา และกู้ภัยแล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จัก PackBots จากบริษัทผลิตหุ่นยนต์ชั้นนำอย่าง iRobot ซึ่งมีความทนทาน น้ำหนักเบา ออกมาแบบมาเพื่อให้ใช้ในสมรภูมิโดยเฉพาะ สามารถพกพาโดยทหารเพียงคนเดียวได้ ซึ่งการใช้งานจะเน้นไปการค้นหาข้อมูลภายในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับหุ่นยนต์รุ่นใหม่จาก iRobot ที่ใช้ชื่อว่า Warrior แล้ว ถ้าเปรียบ Packbots เป็นทหารในสนามรบ Warrior ก็คือรถถังดีๆนี่เอง  เพราะเจ้า Warrior นี้มีน้ำหนักตัวที่มากถึง 200 กิโลกรัมทำให้มันต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายโดยรถยนต์เท่านั้น  จุดเด่นของ Warrior อยู่ที่แขนกลที่ยาวถึง 1.9 เมตร และสามารถยกน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัม เมื่อคิดรวมถึงล้อสายพานสองตอนที่สามารถยกให้ตัวหุ่นยนต์สูงขึ้นจากพื้นได้อีก 1.5 เมตรแล้ว Warrior สามารถยืดแขนของมันขึ้นไปได้สูงสุดถึงเกือบ 3.5 เมตรเลยทีเดียว พลังที่เหลือเฟือของ Warrior ทำให้มันสามารถขนย้ายเศษซากปรักหักพัง ขนย้ายกระสุนปืนใหญ่ รวมไปถึงงานที่ต้องใช้ความแม่นยำอย่างการเปิดประตูรถ หรือทำลายกระจกรถได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นภารกิจที่นอกเหนือความสามารถของหุ่นยนต์รุ่นเล็กอย่าง PackBots ก่อนหน้านี่หุ่นยนต์รุ่นทดสอบของ Warrior ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจกู้ภัยที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ว่าแล้วก็ตามไปดูความสามารถของเจ้า Warrior นี่กันได้เลย อ้างอิง: iRobot’s 710 Warrior Technology review

    นักรบรุ่นใหญ่ iRobot’s 710 Warrior

    เมื่อพูดถึงหุ่นยนต์ที่ใช้ในงานประเภทค้นหา และกู้ภัยแล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จัก PackBots จากบริษัทผลิตหุ่นยนต์ชั้นนำอย่าง iRobot ซึ่งมีความทนทาน น้ำหนักเบา ออกมาแบบมาเพื่อให้ใช้ในสมรภูมิโดยเฉพาะ สามารถพกพาโดยทหารเพียงคนเดียวได้ ซึ่งการใช้งานจะเน้นไปการค้นหาข้อมูลภายในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับหุ่นยนต์รุ่นใหม่จาก iRobot ที่ใช้ชื่อว่า Warrior แล้ว ถ้าเปรียบ Packbots เป็นทหารในสนามรบ Warrior ก็คือรถถังดีๆนี่เอง  เพราะเจ้า Warrior นี้มีน้ำหนักตัวที่มากถึง 200 กิโลกรัมทำให้มันต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายโดยรถยนต์เท่านั้น  จุดเด่นของ Warrior อยู่ที่แขนกลที่ยาวถึง 1.9 เมตร และสามารถยกน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัม เมื่อคิดรวมถึงล้อสายพานสองตอนที่สามารถยกให้ตัวหุ่นยนต์สูงขึ้นจากพื้นได้อีก 1.5 เมตรแล้ว Warrior สามารถยืดแขนของมันขึ้นไปได้สูงสุดถึงเกือบ 3.5 เมตรเลยทีเดียว พลังที่เหลือเฟือของ Warrior ทำให้มันสามารถขนย้ายเศษซากปรักหักพัง ขนย้ายกระสุนปืนใหญ่ รวมไปถึงงานที่ต้องใช้ความแม่นยำอย่างการเปิดประตูรถ หรือทำลายกระจกรถได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นภารกิจที่นอกเหนือความสามารถของหุ่นยนต์รุ่นเล็กอย่าง PackBots ก่อนหน้านี่หุ่นยนต์รุ่นทดสอบของ Warrior ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจกู้ภัยที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ว่าแล้วก็ตามไปดูความสามารถของเจ้า Warrior นี่กันได้เลย อ้างอิง: iRobot’s 710 Warrior Technology review

    Continue Reading...

  • เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา สถาบัน DLR ซึ่งเป็นสถาบันด้านอวกาศของประเทศเยอรมัน (German Aerospace Center) ได้ออกมาเปิดตัวหุ่นยนต์ที่ชื่อ Rollin’ Justin ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่ชื่อ Agile Justin สิ่งที่ทำให้ Rollin’ Justin มีความโดดเด่นก็คือ ความสามารถในการรับลูกบอลที่โยนมากลางอากาศได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่หุ่นยนต์รุ่นพี่ Agile Justin มีจุดเด่นในเรื่องของการโยนลูกบอล  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสามารถของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้ก็คือ การพัฒนาด้านการรับรู้อย่างรวดเร็ว (high-speed perception), การวางแผนสำหรับการหยิบจับ (catching strategy), ความคล่องแคล่ว (dexterity) และ การควบคุมท่าทางของตัวหุ่นยนต์เอง (body control) Rollin’ Justin ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยการเพิ่มความเร็วในการขยับแขนเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า ซึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนอัตราทดของระบบเฟือง, ระบบขับเคลื่อนล้อที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมการส่งข้อมูลใหม่ ซึ่งทำให้ Rollin’ Justin สามารถส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมล้อทั้งสี่ด้วยความถี่ได้สูงถึง 500 เฮิรตซ์ และส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมแขน ไหล่ และมือได้ด้วยความถี่สูงถึง 1,000 เฮิรตซ์ ว่าแล้วก็ไปชมการเล่นโยน-รับบอล ของพี่น้อง Justin ได้เลยครับ ที่มา Singularity Hub : Rollin’ Justin robot gets agile, learns how to throw a ball Hizook : Agile Justin – DLR’s Rollin’ Justin get a younger, more agile brother

    สองพี่น้อง Justin : Rollin’ and Agile Justin

    เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา สถาบัน DLR ซึ่งเป็นสถาบันด้านอวกาศของประเทศเยอรมัน (German Aerospace Center) ได้ออกมาเปิดตัวหุ่นยนต์ที่ชื่อ Rollin’ Justin ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่ชื่อ Agile Justin สิ่งที่ทำให้ Rollin’ Justin มีความโดดเด่นก็คือ ความสามารถในการรับลูกบอลที่โยนมากลางอากาศได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่หุ่นยนต์รุ่นพี่ Agile Justin มีจุดเด่นในเรื่องของการโยนลูกบอล  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสามารถของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้ก็คือ การพัฒนาด้านการรับรู้อย่างรวดเร็ว (high-speed perception), การวางแผนสำหรับการหยิบจับ (catching strategy), ความคล่องแคล่ว (dexterity) และ การควบคุมท่าทางของตัวหุ่นยนต์เอง (body control) Rollin’ Justin ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยการเพิ่มความเร็วในการขยับแขนเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า ซึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนอัตราทดของระบบเฟือง, ระบบขับเคลื่อนล้อที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมการส่งข้อมูลใหม่ ซึ่งทำให้ Rollin’ Justin สามารถส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมล้อทั้งสี่ด้วยความถี่ได้สูงถึง 500 เฮิรตซ์ และส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมแขน ไหล่ และมือได้ด้วยความถี่สูงถึง 1,000 เฮิรตซ์ ว่าแล้วก็ไปชมการเล่นโยน-รับบอล ของพี่น้อง Justin ได้เลยครับ ที่มา Singularity Hub : Rollin’ Justin robot gets agile, learns how to throw a ball Hizook : Agile Justin – DLR’s Rollin’ Justin get a younger, more agile brother

    Continue Reading...

  • Aldebaran Robotics บริษํทชั้นนำด้าน Humanoid Robot ได้เปิดตัวหุ่นยนต์นาโอ (NAO) เวิร์ชั่นใหม่ล่าสุด – NAO Next Gen ในวันที่ 9 ธันวาคม 2554 “หุ่นยนต์นาโอรุ่นใหม่นี้มีความหมายมากต่อบริษัทของเรา เรามีความภูมิใจที่เราอยู่ในตำแหน่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าขอวเราได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าลูกค้าเราจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมไหนก็ตาม ในอนาคตเราจะสามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ดูแลเด็กออสทิสติก และผู้พิการได้ เราก่อตั้ง Aldebaran Robotics ในปี 2005 ด้วยเป้าหมายคือการยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษย์” กล่าวโดย Bruno Maisonnier ผู้ก่อตั้งและหนึ่งในคณะผู้บริหารของบริษัท Aldebran Robotics ภายในเวลา 3 ปีที่ NAO รุ่นแรกเริ่มออกวางจำหน่ายทางบริษัทได้มียอดสั่งซื้อรวม 2000 ตัวทั่วโลก และขณะนี้ทาง Aldebran Robotics ได้เปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเน้นทางด้านการใช้งานเพื่องานวิจัย การเรียนการสอน และเปิดประตูสู่ยุคของหุ่นยนต์เพื่อการให้บริการ (Service Robotics) จากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 6 ปี และการแลกเปลี่ยนความรู้ในแวดวงนักวิจัยไปจนถึงผู้ใช้งานจริง NAO Next Gen มีความสามารถในการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการผลของการที่เรามีหน่วยประมวลผลที่เร็วขึ้น มีความเสถียร และความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ NAO สามารถขยายขอบเขตของงานวิจัย การเรียนการสอน และตอบสนองการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปได้มากขึ้น จุดเด่นที่สำคัญของ NAO Next Gen คือมันมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ในตัว พร้อมหน่วยประมวลผล Intel Atom 1.6 GHz ซึ่งเหมาะสมสำหรับสำหรับการคำนวณแบบ muit-tasking นอกจากนี้ยังมีกล้องความละเอียดสูงจำนวน 2 ตัว พร้อมบอร์ด FPGA (Field Programmable Gate Array) ซึ่งทำให้สามารถรับภาพจากกล้องทั้งสองตัวได้พร้อมกัน อีกทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการจดจำใบหน้าและวัตถุ (Face-and-Object Recognition) ภายใต้สภาพแสงที่ไม่เหมาะสม (Poor-lighting Conditions) ได้ด้วย นอกจากการพัฒนาทางด้านหน่วยประมวลผลแล้ว ก็ยังมีการพัฒนาด้านซอฟแวร์ อย่างเช่น Smart Torque Control ซึ่งเป็นระบบที่ป้องกันการชน...

    NAO Next Gen

    Aldebaran Robotics บริษํทชั้นนำด้าน Humanoid Robot ได้เปิดตัวหุ่นยนต์นาโอ (NAO) เวิร์ชั่นใหม่ล่าสุด – NAO Next Gen ในวันที่ 9 ธันวาคม 2554 “หุ่นยนต์นาโอรุ่นใหม่นี้มีความหมายมากต่อบริษัทของเรา เรามีความภูมิใจที่เราอยู่ในตำแหน่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าขอวเราได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าลูกค้าเราจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมไหนก็ตาม ในอนาคตเราจะสามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ดูแลเด็กออสทิสติก และผู้พิการได้ เราก่อตั้ง Aldebaran Robotics ในปี 2005 ด้วยเป้าหมายคือการยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษย์” กล่าวโดย Bruno Maisonnier ผู้ก่อตั้งและหนึ่งในคณะผู้บริหารของบริษัท Aldebran Robotics ภายในเวลา 3 ปีที่ NAO รุ่นแรกเริ่มออกวางจำหน่ายทางบริษัทได้มียอดสั่งซื้อรวม 2000 ตัวทั่วโลก และขณะนี้ทาง Aldebran Robotics ได้เปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเน้นทางด้านการใช้งานเพื่องานวิจัย การเรียนการสอน และเปิดประตูสู่ยุคของหุ่นยนต์เพื่อการให้บริการ (Service Robotics) จากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 6 ปี และการแลกเปลี่ยนความรู้ในแวดวงนักวิจัยไปจนถึงผู้ใช้งานจริง NAO Next Gen มีความสามารถในการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการผลของการที่เรามีหน่วยประมวลผลที่เร็วขึ้น มีความเสถียร และความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ NAO สามารถขยายขอบเขตของงานวิจัย การเรียนการสอน และตอบสนองการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปได้มากขึ้น จุดเด่นที่สำคัญของ NAO Next Gen คือมันมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ในตัว พร้อมหน่วยประมวลผล Intel Atom 1.6 GHz ซึ่งเหมาะสมสำหรับสำหรับการคำนวณแบบ muit-tasking นอกจากนี้ยังมีกล้องความละเอียดสูงจำนวน 2 ตัว พร้อมบอร์ด FPGA (Field Programmable Gate Array) ซึ่งทำให้สามารถรับภาพจากกล้องทั้งสองตัวได้พร้อมกัน อีกทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการจดจำใบหน้าและวัตถุ (Face-and-Object Recognition) ภายใต้สภาพแสงที่ไม่เหมาะสม (Poor-lighting Conditions) ได้ด้วย นอกจากการพัฒนาทางด้านหน่วยประมวลผลแล้ว ก็ยังมีการพัฒนาด้านซอฟแวร์ อย่างเช่น Smart Torque Control ซึ่งเป็นระบบที่ป้องกันการชน...

    Continue Reading...