อะไรจะเกิดขึ้นกันแน่เมื่อปฏิทินมายาเลื่อนมาถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ? มันจะแสดงเลขศูนย์เรียงกัน เหมือนกับเข็มวัดระยะทางบนรถคุณเมื่อมันวิ่งจนตีกลับนั้นแหละ คล้ายๆกับเมื่อสหัสวรรษมาถึงอีกเหมือนกัน ตัวเลขบนปฏิทินก็จะเป็นเลขศูนย์เรียงกันเหมือนกัน (1999 -->2000) แต่ปฏิทินของชาวมายานั้นต่างกับปฏิทินของเรา ปีที่มีเลขศูนย์เรียงกันเยอะๆนี้ มันจะไม่ได้หมายความว่านี้เป็นวันสิ้นสุดของปีที่หนึ่งพัน แต่เป็นวันสิ้นสุดของบักตุน (Baktun) 13 ต่างหาก ปฏิทินชาวมายาตั้งอยู่บนพื้นฐานของวงรอบของเวลาหลายๆรอบ ซึ่งบักตุนก็เป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งบักตุนก็คือ 144,000 วัน 394 ปีกับอีกนิดหน่อย
นักวิชาการได้ศึกษาการทำงานของปฏิทินชาวมายาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และรอยจารึก จนพบว่าชาวมายาก็ใช้หลักการสร้างปฏิทินเหมือนกับเรา ซึ่งเริ่มนับวันปฏิทินวันแรกจากวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ (อย่างเช่นวันเกิดของพระเจ้า คือวันเริ่มนับคริสต์ศักราช) ชาวมายาเลือกที่จะใช้วันที่มีความสำคัญกับศาสนาและดวงดาว ซึ่งก็คือวันกำเนิดโลกปัจจุบันนั้นเอง ปฏิทินลองเคาตน์ (Long count date) ก็คือวันที่นับจากวันกำเนิดโลกในเทพนิยายของพวกเขานั้นเอง ผู่เชี่ยวชาญส่วนมากเชื่อว่าวันเริ่มต้นจามปฏิทินนั้นก็คือ วันที่11 สิงหาคม 3144 ก่อนคริสต์กาลปฏิทินมายาส่วนมากจะนับเวลาเป็นช่วง หนึ่งช่วงจะเป็นจำนวนเท่าของ20 ช่วงของ 7,200วัน (360x20) นั้นเรียกว่า คาตุน (Katun) และ 20คาตุน จะเท่ากับหนึ่งบักตุน (Baktun) (20x7,200 = 144,000 วัน) แม้ว่าบางจารึกกำหนดให้ 13 บักตุน เป็นวันครบรอบที่สำคัญ แต่จารึกส่วนมากก็บอกเป็นนัยว่าวันที่ก็นับไปเรื่อยๆเหมือนดิม ยกตัวอย่างเช่น เวลา 20บักตุน นับเป็นหนึ่ง พิกตุน (Pictun)
มันก็ไม่ได้มีใครมาสนใจเรื่องวันสิ้นสุดของบักตุน13 มากนักจนปี 1975 แฟรงค์ วอเทอร์ (Frank Waters) นักเขียนนิยายโรแมนติกและเรื่องช่างฝัน ได้เขียนเรื่องปฏิทินชาวมายันลงในหนังสือ Maxico Mystique ของเขา เขากำหนดให้ 13 บักตุน เป็นช่วงของ วงรอบอันยิ่งใหญ่ของมายัน (Mayan Great Cycle) ซึ่งเขาประเมินช่วงเวลายาวเกินไป เป็น 5,200 ปี และกำหนดให้เวลาในช่วง5วงรอบเป็นแบ่งเป็น 5ยุคในตำนานของชาวมายัน ซึ่งในแต่ล่ะช่วงก็จะจบด้วยการดับสลายและการเกิดใหม่ของโลก ซึ่งมันไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของชาวมายาเลยแม้แต่น้อย
ยังมีหนังสืออีกเล่มหนึ่งในปี 1975 ที่พูดถึงการตีกลับของปฏิทินมายัน แดนนิสและเทอเรนส์ แมกเคนน่า ( Dennis and Terence McKenna) กล่าวในหนังสือเล่มหนึ่ง ว่าบักตุน 13 เป็นวันที่ 21 ธันวาคม 2555 และยังเสริมด้วยว่า ในวันนั้นเป็นวัน เหมายัน (Winter solstice) ซึ่งพระอาทิตย์จะอยู่ในกลุ่มดาวราศีธนู เพียง3องศาจากศูนย์กลางกาแลกซี่ ซึ่งยังห่างเพียง2องศาจากการเรียงตัวกับพระอาทิตย์(สุริยุปราคา) เพราะว่าจุดที่เกิดเหมายันนั้นเลื่อนไปเรื่อยๆ จนถึงวันนั้นพระอาทิตย์จะเรียงตัวกับศูนย์กลางกาแลกซี่ในที่สุด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์นี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนในโยงการเรียงตัวนี้เข้ากับแนวคิดของการเกิดใหม่ และเรียกปี 2012 (พ.ศ.2555) ว่าเป็นช่วงเวลาแห่ง “โอกาสที่จะมีศักยภาพในการเกิดการเปลี่ยนแปลง” (“potential transformative opportunity”)
มาถึงปี 1995 จอห์น เมเจอร์ เจนกิ้นส์ ( John Major Jenkins ) ได้รวมแนวคิดทั้งหมดนี้ ลงใน Maya Cosmogenesis 2012 จากคำกล่าวของ เจนกิ้นส์ ตำแหน่งเหมายันต์และเส้นศูนย์กลางของกาแล็กซี่ จะเรียงกันอย่างแน่นอนในวันที่ 21 ธันวาคม และอ้างว่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวมายันหยุดการทำปฏิทินในวันนั้น เจนกินส์สรุปว่านี่จะเป็น “การเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร โอกาสในการเติบโตทางจิตวิญญาณ และการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุคใหม่”
ในความเป็นจริงแล้วดาราศาสตร์ไม่สามารถทำนาย”การเรียงตัวของกาแลกซี่”ได้อย่างแม่นยำในหน่วยเวลาเป็นระดับปี ไม่ต้องพูดถึงความละเอียดเป็นวันเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าการเรียงตัวขึ้นอยู่กับคำจำกัดความของเส้นศุนย์สูตรของกาแลกซี่ซึ่งยังคงคลุมเครืออยู่มาก และ/หรือ ส่วนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าของกาแลกซี่ทางช้างเผือก และนอกจากนั้นมันยังไม่มีคำจำกัดความของขอบกาแลกซี่เสียด้วย ดังนั้นการหาเส้นศูนย์กลางของกาแลกซี่ด้วยตาเปล่านั้นเป็นเรื่องที่หาสาระไม่ได้ (เจนกินส์ได้กำหนดขอบของกาแลกซี่ทางช้างเผือกด้วยตาของเขาเอง โดยมองมันจากความสูง 3352 เมตร ซึ่งสูงกว่าที่ใดๆที่ชาวมายาเคยอาศัยอยู่)
จริงๆแล้วเจนกินส์ก็รู้ว่าวันเหมายันต์ที่พระอาทิตย์ตัดข้ามเส้นศูนย์กลางทางช้างเผือกพอดีจะอยู่ในช่วงเวลาใดๆ ระหว่างปี 1980 และ 2016 อย่างไรก็ตามเขายืดช่วงเวลานี้ออกให้ยาว900ปี และคาดคะเนของเขาเองว่าจะเกิดการเรียงตัวในวันที่ 21 ธันวาคม ซึ่งดาราศาสตร์ที่แท้จริงนั้นไม่สามารถหาข้อสนับสนุน ที่เชื่อมโยงระหว่าง วันสิ้นบักตุนที่13 กับ การเรียงตัวของกาแลกซี่ ซึ่งเขาเองก็ยอมรับและไม่ใส่ใจกับความขัดแย้งข้อนี้
แล้วชาวมายาคิดยังไงกับวันสิ้นสุดแห่งกาลเวลาล่ะ? ไม่มีหลักฐานใดชี้ว่าพวกเขาเห็นว่าวันสิ้นสุดแห่งรอบปฏิทินเป็นลางบอกเหตุหรือหายนะในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 จารึกบางอันยังกล่าวถึงวันหลายบักตุน จากบักตุน 13 นั้น กระทั่งถึงพิกตุนต่อไป และหลังจากนั้นก็มี อย่างเช่น กษัตรีย์ ปาสคาลแห่งพาเลนคิว (Palenque) ทำนายถึงวันครบรอบครองราชของเขาว่าจะมีการฉลองขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคม 4472
ผู้ที่เชื่อในหายนะล้างโลกปี2012 เชื่อว่าจะมีต้นเหตุแห่งหายนะคือการเรียงตัวของดวงดาว มันจะไม่มีการเรียงตัวของดาวในวันเหมายันต์ในปี 2012 อย่างไรก็ตาม ผู้งมงายเชื่อมโยงความเชื่อนี้เข้ากับคำทำนายทางดาราศาสตร์ หรือคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานใดๆที่เกี่ยวกับสนามแม่เหล็กโลก และพายุสุริยะที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวที่แพร่หลายอีกเรื่องบนอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับดาวเคราะห์ลึกลับนิบิรุ ที่กำลังโคจรเข้ามาหมายจะทำลายล้างโลกทุกขณะ ซึ่งดาวดวงนั้นมันไม่มีจริง แม้โดนอ้างว่ามีความเกี่ยวกันกับไอริส (Eris) ซึ่งเป็นดาวเคราห์ที่มีวงโคจรคล้ายดาวหางเหมือนกับดาวพลูโต มันก็โคจรอยู่ในระยะที่ปลอดภัย ห่างจากดาวพลูโตออกไปอีก
อีกพวกบนอินเตอร์เน็ต ที่สับสนระหว่างการเรียงตัวระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และจุดศูนย์กลางทางช้างเผือก ประกาศว่าขณะนี้ดวงอาทิตย์ได้ถูกจุดศูนย์กลางทางช้างเผือกดึงดูดเข้าไป แล้วก็ลากโลกของเราตามไปด้วย จึงเป็นผลทำให้แกนขั้วโลกจะพลิก คำกล่าวอ้างที่เกี่ยวกับวันหายนะ 2012 ส่วนมากตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดที่มีความเชื่ออยู่เหนือเหตุผล วิทยาศาสตร์เทียมที่น่าตลก การเมินเฉยต่อข้อเท็จจริงทางดาราศาสตร์ และความวิตกจริต.
จากบทความเรื่อง The roll over: Mayan Calender debunk! โดย NASA
debunk : แสดงให้เห็นว่าความคิดหรือความเชื่อนั้นผิด [จาก Longdo]





Comments
ปล. เห็นปฏิธินมันกล มๆ แล้วอยากอ่านเป็ นนะเนี่ย ตกลงหนึ่งบักปูน นี่กี่ปีนะ
หนึ่งบักปูน=25ปีครับ
RSS feed for comments to this post.