Latest Headlines
3

ไม่มีเงินจ้างพนักงานต้อนรับหรอ AnyLobby ช่วยได้

บริษัท Anybots ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ telepresence QB (หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้ มีจอแสดงหน้าผู้ควบคุม สามารถพูดโต้ตอบได้ผ่านทางไมโครโฟนและลำโพง) ได้เสนอบริการใหม่ชื่อ AnyLobby สิ่งที่คุณได้จะคือหุ่นยนต์ QB 1 ตัวที่มีผู้เจ้าหน้าที่ควบคุมอยู่จากระยะไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ตเพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับเป็นเวลา 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แลกกับค่าบริการ 2,400 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 75,000 บาทต่อเดือน เงินเดือนขึ้นต่ำปริญญาตรีอีกนะนั่น จ้างผมไปก็ได้)
ทาง Anybots กล่าวว่าหลายๆ คนมองว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานจากมนุษย์ไป แต่ทางบริษัทมองว่าหุ่นยนต์สามารถสร้างงานเพิ่มขึ้นได้ ในกรณีนี้บริษัทเล็กๆ ที่ไม่สามารถจ้างพนักงานต้อนรับได้จริงๆ ก็ยังสร้างงานให้กับเจ้าหน้าที่ควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลได้

ที่มา GetRobo ผ่านทาง IEEE Spectrum Automaton
ภาพจาก GetRobo

0

อยากทำรถไร้คนขับ ลงเรียนออนไลน์ฟรีเอาไหม?

หลายคนอาจจะเคยเห็นรถไร้คนขับอันโด่งดังของกูเกิลที่วิ่งรับส่งในแคมปัสของบริษัท หรือการแข่งขัน DARPA Grand Challenge ที่แข่งกันสร้างรถไร้คนขับตะลุยสถานการณ์โหด ๆ

เร็ว ๆ นี้จะมีคอร์สออนไลน์เปิดให้เรียนสร้างรถไร้คนขับแบบฟรี ๆ เลยครับ

แน่นอนคนสอนวิชา Computer Science 373 “Programming a Robotic Car” นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น Sebastian Thrun เจ้าเก่าที่สอนคอร์ส AI ออนไลน์เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่แล้วคนเดิม แต่คราวนี้เขาแท็กทีมกับ David Evans อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งเวอร์จิเนีย เพื่อสอนวิชาทำรถไร้คนขับนี้โดยเฉพาะ

คลาสเรียนเริ่มวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ระยะเวลา 7 สัปดาห์ ใครใคร่เรียนเชิญลงทะเบียนที่ http://www.udacity.com (มีคอร์สสอนเขียนโปรแกรมเริ่มต้นแยกต่างหากด้วย)

เพิ่มเติม

http://diydrones.com/profiles/blogs/sebastian-thrun-online-class-programming-a-robotic-car

Read the rest of this entry »

1

สองพี่น้อง Justin : Rollin’ and Agile Justin

เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา สถาบัน DLR ซึ่งเป็นสถาบันด้านอวกาศของประเทศเยอรมัน (German Aerospace Center) ได้ออกมาเปิดตัวหุ่นยนต์ที่ชื่อ Rollin’ Justin ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่ชื่อ Agile Justin

สิ่งที่ทำให้ Rollin’ Justin มีความโดดเด่นก็คือ ความสามารถในการรับลูกบอลที่โยนมากลางอากาศได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่หุ่นยนต์รุ่นพี่ Agile Justin มีจุดเด่นในเรื่องของการโยนลูกบอล  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสามารถของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้ก็คือ การพัฒนาด้านการรับรู้อย่างรวดเร็ว (high-speed perception), การวางแผนสำหรับการหยิบจับ (catching strategy), ความคล่องแคล่ว (dexterity) และ การควบคุมท่าทางของตัวหุ่นยนต์เอง (body control)

Rollin’ Justin ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยการเพิ่มความเร็วในการขยับแขนเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า ซึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนอัตราทดของระบบเฟือง, ระบบขับเคลื่อนล้อที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมการส่งข้อมูลใหม่ ซึ่งทำให้ Rollin’ Justin สามารถส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมล้อทั้งสี่ด้วยความถี่ได้สูงถึง 500 เฮิรตซ์ และส่งคำสั่งไปเพื่อควบคุมแขน ไหล่ และมือได้ด้วยความถี่สูงถึง 1,000 เฮิรตซ์

ว่าแล้วก็ไปชมการเล่นโยน-รับบอล ของพี่น้อง Justin ได้เลยครับ

ที่มา

Singularity Hub : Rollin’ Justin robot gets agile, learns how to throw a ball
Hizook : Agile Justin – DLR’s Rollin’ Justin get a younger, more agile brother

Tags: , ,
0

นักวิจัยพิสูจน์ว่าแพ็ก-แมนเป็นปัญหาแบบ NP-hard

นักวิจัยที่อิตาลีพิสูจน์ว่าเกมแพ็ก-แมน (Pac-Man) ที่เราเคยเล่นกันนั้นแท้จริงแล้วเป็นปัญหาชนิด NP-hard

Giovanni Viglietta จากมหาวิทยาลัยแห่งปิซาทำวิจัยจำแนกเกมคลาสสิก 13 เกมเป็นปัญหาชนิดต่าง ๆ เช่น แพ็ก-แมนหรือสตาร์คราฟต์ (StarCraft) เป็น NP-hard ส่วนปรินซ์ออฟเปอร์เชีย (Prince of Persia) นั้นเป็น PSPACE-complete ในขณะที่ดูม (Doom) เป็นแบบ PSPACE-hard

สำหรับคนเกิดไม่ทัน แพ็ก-แมนเป็นเกมเรโทรโดยบริษัท Namco ที่ผู้เล่นอวตารเป็นตัวละครทรงกลมสีเหลืองอ้าปากงับแพ็กดอต เมื่อกินแพ็กดอตหมดก็จะข้ามไปด่านถัดไป

ส่วนคนที่ไม่คุ้นกับการวัดระดับความยากนั้นอาจเคยได้ยินปัญหาอย่างปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย (travelling salesman problem หรือ TSP) ซึ่งถูกจัดว่าเป็นปัญหาแบบ NP-hard เช่นกัน

ใครสนใจลองตามอ่านเปเปอร์ต้นฉบับด้านล่างครับ

อ้างอิง

0

โซนี่เผย CMOS แบบชดเชยแสงรุ่นใหม่

โซนี่เปิดเผยว่า CMOS แบบชดเชยแสง (back-illuminated CMOS) ในยุคถัดไปของบริษัทนั้นจะมากับขนาดที่เล็กลงและพิกเซลที่กินเนื้อที่ในยูนิตมากกว่าแบบเก่า (ดูรูปใน [1]) เพราะนำตัววงจรไปใว้ด้านหลังส่วนรับแสงของเซนเซอร์แทน

เซนเซอร์รับแสงของกล้องคอนซูมเมอร์นั้นอยู่ในระดับที่ดีมากและมีราคาถูก ดังที่เห็นคนนำไปใช้งานภาคสนามในเวลากลางคืนบ่อย ๆ (ใน [2] นั้นนำกล้องนิคอน D700 ไปทำเป็น night vision; แม้นิคอนจะใช้เซนเซอร์ของโซนี่ในกล้องหลายรุ่น และมีความใกล้ชิดในกระบวนการผลิต แต่ D700 นั้นใช้เซนเซอร์ของนิคอนเอง)

เซนเซอร์ CMOS แบบชดเชยแสงนั้นมีช่วงพลวัต (dynamic range) กว้างกว่าเซนเซอร์แบบที่ไม่มีการชดเชยแสงด้านหลัง และยังมีความไวแสงสูงมากอีกด้วย นั่นหมายถึงว่าเราอาจไม่ต้องสร้างหนวดคลำแบบหุ่นตาบอดให้เปลืองงบ

อ้างอิง

[1] http://en.akihabaranews.com/108999/cameras/sony-develops-next-generation-back-illuminated-cmos-image-sensor
[2] http://nikonrumors.com/2011/12/02/the-real-king-of-darkness-nikon-d700-with-special-night-vision-system.aspx/

Tags: ,