Latest Headlines
  • เราคงเคยเห็นเครื่องทำอาหารอัตโนมัติในภาพยนต์วิทยาศาสตร์หลายเรื่อง วันนี้ เราเข้าใกล้จินตนาการนั้นไปอีกหนึ่งขั้น เมื่อ Momentum Machines บริษัทก่อตั้งใหม่ ได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่ปรุงเบอร์เกอร์ได้เองทั้งชิ้น ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ หั่นมะเขือเทศ หัวหอม แตงกวาดอง บดและผสมเนื้อตามที่ลูกค้าเลือก (เช่น เอาเนื้อวัว 75% กับเนื้อหมู 25% ก็ได้) แล้วอัดเป็นก้อน อบเนื้อ จัดเรียงเนื้อและผักบนขนมปัง จากนั้นก็บรรจุใส่ห่อกระดาษ เครื่องนี้สามารถปรุงเบอร์เกอร์ได้ถึง 360 ชิ้นต่อชั่วโมง โดยเครื่องนี้จะเริ่มปรุงเบอร์เกอร์ (หั่นผัก บดเนื้อ) ก็ต่อเมื่อมีคนสั่งรายการอาหาร (ไม่ได้ทำรอไว้ก่อน) ทำให้ได้เบอร์เกอร์ที่สดใหม่ ทีมงานจาก Momentum Machines กล่าวว่า ข้อดีของเครื่องนี้คือ ทำให้ได้อาหารที่สะอาด เพราะไม่ต้องใช้คนเข้าไปสัมผัสกับอาหาร ไม่มีเส้นผมตกลงไปในอาหารแน่นอน ผลิตได้จำนวนมาก ในราคาที่ถูก แต่ยังคงคุณภาพที่สม่ำเสมอ Momentum Machines มีแผนที่จะเปิดร้านอาหารล้ำยุคที่ให้บริการด้วยเครื่องอัตโนมัตินี้  ซึ่งจะสามารถให้บริการอาหารคุณภาพในราคาอาหารจานด่วน มีพื้นที่ร้านกว้างขวางขึ้นเพราะเครื่องนี้เล็กกว่าครัวทั่ว ๆ ไป ดูสิว่าจะมาแข่งกับ McDonalds, Burger King หรือ MOS Burger ได้รึเปล่า ภาพและที่มา The Huffington Post และ Momentum Machines

    เบอร์เกอร์ที่ปรุงจากหุ่นยนต์ทั้งชิ้น

    เราคงเคยเห็นเครื่องทำอาหารอัตโนมัติในภาพยนต์วิทยาศาสตร์หลายเรื่อง วันนี้ เราเข้าใกล้จินตนาการนั้นไปอีกหนึ่งขั้น เมื่อ Momentum Machines บริษัทก่อตั้งใหม่ ได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่ปรุงเบอร์เกอร์ได้เองทั้งชิ้น ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ หั่นมะเขือเทศ หัวหอม แตงกวาดอง บดและผสมเนื้อตามที่ลูกค้าเลือก (เช่น เอาเนื้อวัว 75% กับเนื้อหมู 25% ก็ได้) แล้วอัดเป็นก้อน อบเนื้อ จัดเรียงเนื้อและผักบนขนมปัง จากนั้นก็บรรจุใส่ห่อกระดาษ เครื่องนี้สามารถปรุงเบอร์เกอร์ได้ถึง 360 ชิ้นต่อชั่วโมง โดยเครื่องนี้จะเริ่มปรุงเบอร์เกอร์ (หั่นผัก บดเนื้อ) ก็ต่อเมื่อมีคนสั่งรายการอาหาร (ไม่ได้ทำรอไว้ก่อน) ทำให้ได้เบอร์เกอร์ที่สดใหม่ ทีมงานจาก Momentum Machines กล่าวว่า ข้อดีของเครื่องนี้คือ ทำให้ได้อาหารที่สะอาด เพราะไม่ต้องใช้คนเข้าไปสัมผัสกับอาหาร ไม่มีเส้นผมตกลงไปในอาหารแน่นอน ผลิตได้จำนวนมาก ในราคาที่ถูก แต่ยังคงคุณภาพที่สม่ำเสมอ Momentum Machines มีแผนที่จะเปิดร้านอาหารล้ำยุคที่ให้บริการด้วยเครื่องอัตโนมัตินี้  ซึ่งจะสามารถให้บริการอาหารคุณภาพในราคาอาหารจานด่วน มีพื้นที่ร้านกว้างขวางขึ้นเพราะเครื่องนี้เล็กกว่าครัวทั่ว ๆ ไป ดูสิว่าจะมาแข่งกับ McDonalds, Burger King หรือ MOS Burger ได้รึเปล่า ภาพและที่มา The Huffington Post และ Momentum Machines

    Continue Reading...

  • กลุ่มพลังงานนิวเคลียร์แห่งเกาหลีและ LIG Nex1 (หน่วยงานย่อยทางเทคโนโลยีอวกาศและทางทหารของ LG Corp) ได้ร่วมมือกันพัฒนาหุ่นยนต์โจมตีนกตัวแรกของโลก หุ่นยนต์ตัวนี้จะช่วยจัดการปัญหาอันน่าปวดหัวอย่างหนึ่งของหน่วยงานภาคพื้นดินในสนามบิน นั่นคือ นกที่บินเข้ามาชนกับเครื่องบิน หรือ นกที่บินเข้าไปใกล้กับเครื่องยนต์ของเครื่องบินแล้วถูกดูดเข้าไปติดในเครื่องยนต์ หุ่นยนต์ตัวนี้เป็น UGV (Unmanned Ground Vehicle) ชนิด 6 ล้อ ใช้การผสมผสานกันระหว่างเสียงที่บังคับทิศทางได้และเลเซอร์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำให้นกกลัวแล้วบินหนีไปเอง

    เกาหลีใต้พัฒนาหุ่นยนต์ไล่นก ใช้ในสนามบิน

    กลุ่มพลังงานนิวเคลียร์แห่งเกาหลีและ LIG Nex1 (หน่วยงานย่อยทางเทคโนโลยีอวกาศและทางทหารของ LG Corp) ได้ร่วมมือกันพัฒนาหุ่นยนต์โจมตีนกตัวแรกของโลก หุ่นยนต์ตัวนี้จะช่วยจัดการปัญหาอันน่าปวดหัวอย่างหนึ่งของหน่วยงานภาคพื้นดินในสนามบิน นั่นคือ นกที่บินเข้ามาชนกับเครื่องบิน หรือ นกที่บินเข้าไปใกล้กับเครื่องยนต์ของเครื่องบินแล้วถูกดูดเข้าไปติดในเครื่องยนต์ หุ่นยนต์ตัวนี้เป็น UGV (Unmanned Ground Vehicle) ชนิด 6 ล้อ ใช้การผสมผสานกันระหว่างเสียงที่บังคับทิศทางได้และเลเซอร์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำให้นกกลัวแล้วบินหนีไปเอง

    Continue Reading...

  • Leo และ Phides เป็นหุ่นยนต์ชนิดเดินสองขาจาก Delft University of Technology หุ่นยนต์ Leo สามารถปรับปรุงท่าเดินของตัวมันเองให้ดีขึ้น ไม่ให้ล้ม ด้วยวิธีการที่เรียกว่า reinforcement learning ที่ปรับปรุงพฤติกรรมการเดินโดยให้รางวัลกับความสำเร็จ และทำโทษในกรณีล้มเหลว ส่วนหุ่นยนต์ Phides มีความสามารถในการวิ่ง และตอนนี้ก็พัฒนามาจนสามารถวิ่งได้สำเร็จแล้ว

    หุ่นยนต์เรียนรู้ที่จะเดินและวิ่งได้เอง จาก Delft University

    Leo และ Phides เป็นหุ่นยนต์ชนิดเดินสองขาจาก Delft University of Technology หุ่นยนต์ Leo สามารถปรับปรุงท่าเดินของตัวมันเองให้ดีขึ้น ไม่ให้ล้ม ด้วยวิธีการที่เรียกว่า reinforcement learning ที่ปรับปรุงพฤติกรรมการเดินโดยให้รางวัลกับความสำเร็จ และทำโทษในกรณีล้มเหลว ส่วนหุ่นยนต์ Phides มีความสามารถในการวิ่ง และตอนนี้ก็พัฒนามาจนสามารถวิ่งได้สำเร็จแล้ว

    Continue Reading...

  • เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ได้ดูภาพยนต์เรื่อง Real Steel แล้ว คงอยากให้การแข่งขันแบบนั้นมีขึ้นจริง ๆ ความฝันนั้นกำลังจะเป็นจริงแล้ว เมื่อ SyFy (ช่องรายการโทรทัศน์ที่เสนอภาพยนต์วิทยาศาสตร์) เตรียมตัวฉายรายการแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ Robot Combat League ในปีหน้า ซีซั่นแรกถ่ายทำครบแล้ว และจะเริ่มฉายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ในรายการจะมีหุ่นยนต์สูงกว่า 2.4 เมตร ทั้งหมด 12 ตัว ออกแบบและสร้างโดย Mark Setrakian ผู้เชี่ยวชาญด้าน animatronics แต่ละตัวจะมีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกัน แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันจะประกอบด้วยวิศวกรและผู้ควบคุมหุ่นยนต์จากหลากหลายอาชีพ เช่น นักแข่งรถ นักกรีฑา นักบิน ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 ยก ถ้าหุ่นยนต์ของทีมไหนมีปัญหา จะมีเวลาซ่อมแซม 20 นาที ถ้าไม่ทันก็แพ้ไป แข่งแบบตัดเชือกเพื่อชิงรางวัลกว่า 3 ล้านบาท ในการต่อสู้ หุ่นยนต์จะมีไม้ค้ำด้านหลัง ทำให้เคลื่อนที่ได้แค่หน้า-หลัง ไม่สามารถเคลื่อนที่ซ้าย-ขวาได้ และไม่สามารถกระโดดหรือล้มลงได้ ซึ่งในซีซันต่อ ๆ ไปในอนาคตอาจมีการปรับปรุงหุ่นยนต์ให้ดีขึ้นและเอาไม้ค้ำออก

    เตรียมพบกับ Real Steel ของจริง ทางช่อง SyFy

    เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ได้ดูภาพยนต์เรื่อง Real Steel แล้ว คงอยากให้การแข่งขันแบบนั้นมีขึ้นจริง ๆ ความฝันนั้นกำลังจะเป็นจริงแล้ว เมื่อ SyFy (ช่องรายการโทรทัศน์ที่เสนอภาพยนต์วิทยาศาสตร์) เตรียมตัวฉายรายการแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ Robot Combat League ในปีหน้า ซีซั่นแรกถ่ายทำครบแล้ว และจะเริ่มฉายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ในรายการจะมีหุ่นยนต์สูงกว่า 2.4 เมตร ทั้งหมด 12 ตัว ออกแบบและสร้างโดย Mark Setrakian ผู้เชี่ยวชาญด้าน animatronics แต่ละตัวจะมีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกัน แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันจะประกอบด้วยวิศวกรและผู้ควบคุมหุ่นยนต์จากหลากหลายอาชีพ เช่น นักแข่งรถ นักกรีฑา นักบิน ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 ยก ถ้าหุ่นยนต์ของทีมไหนมีปัญหา จะมีเวลาซ่อมแซม 20 นาที ถ้าไม่ทันก็แพ้ไป แข่งแบบตัดเชือกเพื่อชิงรางวัลกว่า 3 ล้านบาท ในการต่อสู้ หุ่นยนต์จะมีไม้ค้ำด้านหลัง ทำให้เคลื่อนที่ได้แค่หน้า-หลัง ไม่สามารถเคลื่อนที่ซ้าย-ขวาได้ และไม่สามารถกระโดดหรือล้มลงได้ ซึ่งในซีซันต่อ ๆ ไปในอนาคตอาจมีการปรับปรุงหุ่นยนต์ให้ดีขึ้นและเอาไม้ค้ำออก

    Continue Reading...

  • Katharina Muelling และทีมงานจาก Technical University of Darmstadt ในเยอรมนีใช้แขนกลยึดติดไว้กับเพดานและติดกล้องไว้ที่แขนกลเพื่อจับภาพบริเวณที่เล่นปิงปอง (นั่นก็คือโต๊ะปิงปอง) แล้วพยายามสอนโดยการจับแขนหุ่นยนต์นี้ให้มันเล่นปิงปอง ตีโต้ลูกปิงปองที่พุ่งเข้ามาในแบบต่าง ๆ กลับไปอีกฝั่งในแบบที่คนจริง ๆ เล่นกัน  (เหมือนจับมือคนอื่นตีปิงปอง) จากนั้นก็ปล่อยให้แขนกลนี้ลองเล่นปิงปองกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นคนโดยไม่มีการช่วยเหลืออีก คราวนี้หุ่นยนต์จะใช้กล้องสังเกตทิศทางการพุ่งเข้ามาของลูกปิงปองและตีกลับไปในแบบเดียวกับที่คนเคยฝึกไว้ให้กับมัน แน่นอนว่าคนไม่สามารถสอนมันได้ครบทุกท่า ทุกสถานการณ์ หากว่าเจอสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน มันจะผสมผสานท่าตีปิงปองที่มันเคยตี (ที่คนเคยสอน) ออกมาเป็นท่าตีใหม่เพี่อรับลูกปิงปองที่พุ่งเข้ามาแบบใหม่ได้ ผ่านไป 1 ชั่วโมงกับการสอนและฝึกฝน ผลที่ได้คือมันสามารถตีลูกปิงปองข้ามไปลงอีกฝั่งได้อย่างสมบูรณ์ถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ความจริงแล้วยังมีหุ่นยนต์อื่น ๆ ที่สามารถเล่นปิงปองได้เหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างจากหุ่นยนต์ที่นำเสนอในข่าวนี้คือ หุ่นยนต์ตัวนี้เล่นปิงปองด้วยท่าทางที่เหมือนกับมนุษย์มากกว่า ผลงานนี้ได้ถูกนำเสนอในงาน AAAI symposium ที่ Arlington รัฐ Virginia เมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Muelling กล่าววว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานต่าง ๆ ได้หลังจากมนุษย์ได้สอนมัน ภาพ - University of Texas (PDF) ที่มา - New Scientist และ Engadget

    หุ่นยนต์ตีปิงปองจากเยอรมนี

    Katharina Muelling และทีมงานจาก Technical University of Darmstadt ในเยอรมนีใช้แขนกลยึดติดไว้กับเพดานและติดกล้องไว้ที่แขนกลเพื่อจับภาพบริเวณที่เล่นปิงปอง (นั่นก็คือโต๊ะปิงปอง) แล้วพยายามสอนโดยการจับแขนหุ่นยนต์นี้ให้มันเล่นปิงปอง ตีโต้ลูกปิงปองที่พุ่งเข้ามาในแบบต่าง ๆ กลับไปอีกฝั่งในแบบที่คนจริง ๆ เล่นกัน  (เหมือนจับมือคนอื่นตีปิงปอง) จากนั้นก็ปล่อยให้แขนกลนี้ลองเล่นปิงปองกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นคนโดยไม่มีการช่วยเหลืออีก คราวนี้หุ่นยนต์จะใช้กล้องสังเกตทิศทางการพุ่งเข้ามาของลูกปิงปองและตีกลับไปในแบบเดียวกับที่คนเคยฝึกไว้ให้กับมัน แน่นอนว่าคนไม่สามารถสอนมันได้ครบทุกท่า ทุกสถานการณ์ หากว่าเจอสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน มันจะผสมผสานท่าตีปิงปองที่มันเคยตี (ที่คนเคยสอน) ออกมาเป็นท่าตีใหม่เพี่อรับลูกปิงปองที่พุ่งเข้ามาแบบใหม่ได้ ผ่านไป 1 ชั่วโมงกับการสอนและฝึกฝน ผลที่ได้คือมันสามารถตีลูกปิงปองข้ามไปลงอีกฝั่งได้อย่างสมบูรณ์ถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ความจริงแล้วยังมีหุ่นยนต์อื่น ๆ ที่สามารถเล่นปิงปองได้เหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างจากหุ่นยนต์ที่นำเสนอในข่าวนี้คือ หุ่นยนต์ตัวนี้เล่นปิงปองด้วยท่าทางที่เหมือนกับมนุษย์มากกว่า ผลงานนี้ได้ถูกนำเสนอในงาน AAAI symposium ที่ Arlington รัฐ Virginia เมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Muelling กล่าววว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานต่าง ๆ ได้หลังจากมนุษย์ได้สอนมัน ภาพ - University of Texas (PDF) ที่มา - New Scientist และ Engadget

    Continue Reading...

  • ถ้าพูดถึงงานที่เกี่ยวกับภาพและความเร็วสูง คงจะเป็นผลงานของที่ไหนอื่นไม่ได้ นอกจาก Ishikawa Oku Laboratory ที่ The University of Tokyo เครื่องสแกนหนังสือความเร็วสูง BFS-Auto เครื่องนี้ สามารถสแกนได้เร็วถึงกว่า 250 หน้าต่อนาที หรือ 4 หน้ากว่า ๆ ใน 1 วินาที และยังสแกนเป็นภาพความละเอียดสูงอีกต่างหาก หัวใจหลักของเครื่องนี้มี 3 จุดคือ การพลิกหน้ากระดาษอัตโนมัติความเร็วสูง สามารถพลิกหนังสือที่มีสันตามปกติได้ โดยไม่ต้องตัดออกมาเป็นแผ่น ๆ ก่อน พลิกได้เร็ว 250 หน้าต่อนาที นอกจากนี้กลไกการพลิกยังไม่บังหน้ากระดาษอีกด้วย ทำให้การสแกนทำได้เร็วเท่า ๆ กับการพลิกหน้า การจับภาพความละเอียดสูงด้วยความเร็วสูง ระบบจะจับภาพสามมิติของหน้ากระดาษด้วยความเร็ว 500 ครั้งต่อวินาที และเลือกจังหวะที่หน้าหนังสือเรียบที่สุดเพื่อทำการถ่ายภาพที่ความละเอียดสูง 400 จุดต่อนิ้ว การปรับภาพหน้ากระดาษให้เรียบด้วยความเร็วสูง เนื่องจากหน้ากระดาษสามารถโค้งงอได้ ระบบจะใช้โมเดลสามมิติของหน้ากระดาษที่ตรวจจับเข้ามา แปลงภาพถ่ายหน้าหนังสือนั้นให้แบนราบเหมือนเดิม BFS-Auto ยังอยู่ในการพัฒนา แต่มีแผนจะวางจำหน่ายในปีหน้า ดูวิดีโอแนะนำได้ท้ายข่าวครับ แล็บนี้เขาทำอะไรช้า ๆ เป็นที่ไหนกันละ … ดูท่า เจ้า Johnny Five จะเจอคู่แข่งแล้ว ภาพจาก Ishikawa Oku Laboratory : BFS-Auto ที่มา Ishikawa Oku Laboratory : BFS-Auto ผ่านทาง gizmodo

    เครื่องสแกนหนังสือความเร็วสูง

    ถ้าพูดถึงงานที่เกี่ยวกับภาพและความเร็วสูง คงจะเป็นผลงานของที่ไหนอื่นไม่ได้ นอกจาก Ishikawa Oku Laboratory ที่ The University of Tokyo เครื่องสแกนหนังสือความเร็วสูง BFS-Auto เครื่องนี้ สามารถสแกนได้เร็วถึงกว่า 250 หน้าต่อนาที หรือ 4 หน้ากว่า ๆ ใน 1 วินาที และยังสแกนเป็นภาพความละเอียดสูงอีกต่างหาก หัวใจหลักของเครื่องนี้มี 3 จุดคือ การพลิกหน้ากระดาษอัตโนมัติความเร็วสูง สามารถพลิกหนังสือที่มีสันตามปกติได้ โดยไม่ต้องตัดออกมาเป็นแผ่น ๆ ก่อน พลิกได้เร็ว 250 หน้าต่อนาที นอกจากนี้กลไกการพลิกยังไม่บังหน้ากระดาษอีกด้วย ทำให้การสแกนทำได้เร็วเท่า ๆ กับการพลิกหน้า การจับภาพความละเอียดสูงด้วยความเร็วสูง ระบบจะจับภาพสามมิติของหน้ากระดาษด้วยความเร็ว 500 ครั้งต่อวินาที และเลือกจังหวะที่หน้าหนังสือเรียบที่สุดเพื่อทำการถ่ายภาพที่ความละเอียดสูง 400 จุดต่อนิ้ว การปรับภาพหน้ากระดาษให้เรียบด้วยความเร็วสูง เนื่องจากหน้ากระดาษสามารถโค้งงอได้ ระบบจะใช้โมเดลสามมิติของหน้ากระดาษที่ตรวจจับเข้ามา แปลงภาพถ่ายหน้าหนังสือนั้นให้แบนราบเหมือนเดิม BFS-Auto ยังอยู่ในการพัฒนา แต่มีแผนจะวางจำหน่ายในปีหน้า ดูวิดีโอแนะนำได้ท้ายข่าวครับ แล็บนี้เขาทำอะไรช้า ๆ เป็นที่ไหนกันละ … ดูท่า เจ้า Johnny Five จะเจอคู่แข่งแล้ว ภาพจาก Ishikawa Oku Laboratory : BFS-Auto ที่มา Ishikawa Oku Laboratory : BFS-Auto ผ่านทาง gizmodo

    Continue Reading...

  • องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) กำลังร่วมกันพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างดวงดาว (multi-planet internet) ที่จะใช้สื่อสารระหว่างยานอวกาศกับหุ่นยนต์สำรวจภาคพื้นดิน เช่น Curiosity ด้วยการเริ่มทดลองกับหุ่นยนต์ Lego ก่อน โดยหวังว่าในอนาคตยานอวกาศจะสามารถทำการควบคุมยานพาหนะภาคพื้นดินได้จากบริเวณที่อยู่ห่างจากจุดเสี่ยง ก่อนหน้านี้ระบบที่เคยใช้อยู่คือ ระบบ Disruption-Tolerant Networking (DTN) เป็นระบบที่เน้นให้ข้อมูลในการรับ-ส่งเพื่อสื่อสารมีความถูกต้องเป็นหลัก มากกว่าที่จะสนใจความเร็วในการเชื่อมต่อ (อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อได้เร็วกว่า) ที่มาและภาพ - NASA ผ่านทาง Engadget และ Mashable

    NASA กับ ESA ทดสอบอินเทอร์เน็ตระหว่างดวงดาวด้วยการควบคุมหุ่นยนต์ Lego

    องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) กำลังร่วมกันพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างดวงดาว (multi-planet internet) ที่จะใช้สื่อสารระหว่างยานอวกาศกับหุ่นยนต์สำรวจภาคพื้นดิน เช่น Curiosity ด้วยการเริ่มทดลองกับหุ่นยนต์ Lego ก่อน โดยหวังว่าในอนาคตยานอวกาศจะสามารถทำการควบคุมยานพาหนะภาคพื้นดินได้จากบริเวณที่อยู่ห่างจากจุดเสี่ยง ก่อนหน้านี้ระบบที่เคยใช้อยู่คือ ระบบ Disruption-Tolerant Networking (DTN) เป็นระบบที่เน้นให้ข้อมูลในการรับ-ส่งเพื่อสื่อสารมีความถูกต้องเป็นหลัก มากกว่าที่จะสนใจความเร็วในการเชื่อมต่อ (อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อได้เร็วกว่า) ที่มาและภาพ - NASA ผ่านทาง Engadget และ Mashable

    Continue Reading...

  • บริษัท iRobot ได้สาธิตต้นแบบมือหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่ทนทานต่อการฟาดด้วยไม้เบสบอล มือหุ่นยนต์มือนี้เป็นมือที่นิ่มแต่ทนทาน และมีความคล่องแคล่วสูง มือหุ่นยนต์โดยทั่วไปจะสร้างด้วยวัสดุแข็ง ขับเคลื่อนผ่านกลไกที่แข็ง ไม่ยืดหยุ่น (เช่น เฟือง) จึงต้องทำการควบคุมตำแหน่งนิ้วให้แม่นยำในการจับสิ่งของ ถ้าควบคุมผิดพลาด จับสิ่งของแรงเกินไปก็อาจสร้างความเสียหายให้มือ (หรือสิ่งของนั้นด้วย) การสร้างมือที่นิ่ม ยืดหยุ่น ทำให้นิ้วมือสามารถอ่อนตัวตามวัตถุที่จับได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมที่แม่นยำ และไม่ต้องใช้เซนเซอร์ที่วัดค่าได้อย่างละเอียดเพื่อใช้ในการควบคุม นอกจากนี้ นิ้วมือที่ยืดหยุ่นได้ยังทนต่อแรงกระแทก โดยไม่ได้รับความเสียหาย มือที่ iRobot พัฒนานี้ ใช้พอลิเมอร์ที่มีคุณสมบัตินิ่มคล้ายยาง หล่อขึ้นรูปตามที่ต้องการ ในขณะทำการหล่อ มีการฝังเซนเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงไปในเนื้อวัสดุด้วยเลย การขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ดึงเส้นเอ็นตกปลาที่ฝังลงไปในนิ้ว เพื่อให้นิ้วขยับไปมา ถึงจะดูอ่อนนิ่ม แต่มือนี้ก็แข็งแรง สามารถยกของหนักได้ถึง 22.7 กิโลกรัม ลองดูวิดีโอสาธิตได้ท้ายข่าวครับ ภาพและที่มา IEEE Spectrum Automaton ปล. เนื่องจากหุ่นยนต์นิ่ม (soft robot) มีจุดเด่นตรงความทนทาน จึงมักถูกทดสอบอย่างรุนแรง บ้างก็โดนไม้เบสบอลฟาด บ้างก็โดนค้อนทุบ น่าสงสารจริง ๆ

    iRobot สาธิตมือหุ่นยนต์ที่ทนการโดนฟาดด้วยไม้เบสบอลได้

    บริษัท iRobot ได้สาธิตต้นแบบมือหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่ทนทานต่อการฟาดด้วยไม้เบสบอล มือหุ่นยนต์มือนี้เป็นมือที่นิ่มแต่ทนทาน และมีความคล่องแคล่วสูง มือหุ่นยนต์โดยทั่วไปจะสร้างด้วยวัสดุแข็ง ขับเคลื่อนผ่านกลไกที่แข็ง ไม่ยืดหยุ่น (เช่น เฟือง) จึงต้องทำการควบคุมตำแหน่งนิ้วให้แม่นยำในการจับสิ่งของ ถ้าควบคุมผิดพลาด จับสิ่งของแรงเกินไปก็อาจสร้างความเสียหายให้มือ (หรือสิ่งของนั้นด้วย) การสร้างมือที่นิ่ม ยืดหยุ่น ทำให้นิ้วมือสามารถอ่อนตัวตามวัตถุที่จับได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมที่แม่นยำ และไม่ต้องใช้เซนเซอร์ที่วัดค่าได้อย่างละเอียดเพื่อใช้ในการควบคุม นอกจากนี้ นิ้วมือที่ยืดหยุ่นได้ยังทนต่อแรงกระแทก โดยไม่ได้รับความเสียหาย มือที่ iRobot พัฒนานี้ ใช้พอลิเมอร์ที่มีคุณสมบัตินิ่มคล้ายยาง หล่อขึ้นรูปตามที่ต้องการ ในขณะทำการหล่อ มีการฝังเซนเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงไปในเนื้อวัสดุด้วยเลย การขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ดึงเส้นเอ็นตกปลาที่ฝังลงไปในนิ้ว เพื่อให้นิ้วขยับไปมา ถึงจะดูอ่อนนิ่ม แต่มือนี้ก็แข็งแรง สามารถยกของหนักได้ถึง 22.7 กิโลกรัม ลองดูวิดีโอสาธิตได้ท้ายข่าวครับ ภาพและที่มา IEEE Spectrum Automaton ปล. เนื่องจากหุ่นยนต์นิ่ม (soft robot) มีจุดเด่นตรงความทนทาน จึงมักถูกทดสอบอย่างรุนแรง บ้างก็โดนไม้เบสบอลฟาด บ้างก็โดนค้อนทุบ น่าสงสารจริง ๆ

    Continue Reading...

  • อย่าเชื่อสิ่งที่เห็นในภาพยนตร์ไปทั้งหมดว่าหุ่นยนต์ทำอะไรได้บ้าง เพราะอันที่จริงแล้วหุ่นยนต์ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์จะทำในสิ่งที่มันถูกโปรแกรมมาอย่างเดียว ถ้าจะสั่งให้มันทำงานอีกอย่าง ก็ต้องเขียนโปรแกรมแล้วใส่โปรแกรมนั้นลงไปใหม่ และงานเขียนโปรแกรมก็ทำได้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การทำให้หุ่นยนต์ใช้งานได้จริง ๆ มันต้องง่ายกว่านี้ คนธรรมดาก็ต้องสอนให้หุ่นยนต์ทำนู่นทำนี่เป็นโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม สอนให้หุ่นยนต์ทำในสิ่งที่เราต้องการได้เหมือนกับสอนเด็ก ๆ และนี่ก็เป็นสิ่งที่ Maya Cakmak มุ่งมั่นทำอยู่ให้เป็นจริงที่ Willow Garage

    สอนหุ่นยนต์ให้ทำงานโดยไม่ต้องใส่โปรแกรมไว้ก่อน

    อย่าเชื่อสิ่งที่เห็นในภาพยนตร์ไปทั้งหมดว่าหุ่นยนต์ทำอะไรได้บ้าง เพราะอันที่จริงแล้วหุ่นยนต์ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์จะทำในสิ่งที่มันถูกโปรแกรมมาอย่างเดียว ถ้าจะสั่งให้มันทำงานอีกอย่าง ก็ต้องเขียนโปรแกรมแล้วใส่โปรแกรมนั้นลงไปใหม่ และงานเขียนโปรแกรมก็ทำได้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การทำให้หุ่นยนต์ใช้งานได้จริง ๆ มันต้องง่ายกว่านี้ คนธรรมดาก็ต้องสอนให้หุ่นยนต์ทำนู่นทำนี่เป็นโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม สอนให้หุ่นยนต์ทำในสิ่งที่เราต้องการได้เหมือนกับสอนเด็ก ๆ และนี่ก็เป็นสิ่งที่ Maya Cakmak มุ่งมั่นทำอยู่ให้เป็นจริงที่ Willow Garage

    Continue Reading...

  • ห้องทดลองของฟูจิตสึประกาศว่าสามารถพัฒนาเลเซอร์วัดระยะสามมิติที่กวาดได้ 140 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอนสำเร็จเป็นเจ้าแรกของโลก ซึ่งนั่นหมายถึงมีมุมมองกว้างกว่าเดิมเกินสองเท่าเมื่อเทียบกับเรดาร์โดยทั่วไป

    เลเซอร์วัดระยะกวาดได้ 140 องศาทั้งตั้งและนอนจากฟูจิตสึ

    ห้องทดลองของฟูจิตสึประกาศว่าสามารถพัฒนาเลเซอร์วัดระยะสามมิติที่กวาดได้ 140 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอนสำเร็จเป็นเจ้าแรกของโลก ซึ่งนั่นหมายถึงมีมุมมองกว้างกว่าเดิมเกินสองเท่าเมื่อเทียบกับเรดาร์โดยทั่วไป

    Continue Reading...